“บอล เชิญยิ้ม” ควงเมียเก่าประกาศเลิกกันอย่างเป็นทางการ ก่อนโต้เถียงซัดกันไปมาไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายหญิงเผยเหตุที่ออกมาเพราะตลกดังไม่รักตนแล้ว และกำลังจะแต่งงานใหม่ ลั่นขอเงินเลี้ยงดูเพิ่มเป็นเดือนละ 2 หมื่น โอนบ้านให้เป็นชื่อลูกเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมเงินก้อนทำกิจการ 5 แสน ถ้าไม่ให้จะฟ้องร้อง ด้าน “บอล” แฉอดีตเมียยับแอบเอาบีเอ็มไปขาย ตนต้องตามใช้หนี้แทน แถมยังเอามีดไว้ใต้หมอนและเคยไล่แทง ลั่นจะส่งเสียเลี้ยงดูลูกอย่างดีจนวันตาย แต่ไม่ให้เงินเมียเก่าตามที่ขอ บอกยอมติดคุกเพราะไม่มีให้
ตกเป็นประเด็นทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ เกี่ยวกับกรณีของตลกชื่อดัง “บอล เชิญยิ้ม” หรือ “ชัชชัย จำเนียรกุล” ที่ประกาศกำลังจะแต่งงานกับแฟนสาวคนใหม่ “ยูริ สุกานดา พุทธคุณรักษ์” ในปีหน้า พร้อมเผยได้เลิกภรรยาอย่าง “หนู ปานชีวา โพธิ์เกษม” ที่แต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนาน 15 ปีมาปีกว่าแล้ว จากนั้นฝ่ายหญิงได้ออกมาโต้เถียงว่า เตียงยังไม่หักหรือเลิกกับบอลเลย แต่ถ้าฝ่ายชายจะไปแต่งเมียใหม่ ก็ขอเงินก้อนไว้เลี้ยงดูลูก 2 คน ซึ่งเกิดจากทั้งคู่ และเอาไว้ตั้งตัวเปิดร้านทำกิจการ พร้อมขู่ถ้าไม่ให้จะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูต่อไป
ล่าสุดทั้ง “บอล” และ “หนู” ได้ยอมมาเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกในรายการตี 10 ซึ่งมีการบันทึกเทปที่ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ช่วงเย็นวานนี้ (15 พ.ย.) โดยตลกดังได้พา “ยูริ” แฟนใหม่มานั่งดูมอนิเตอร์ชมการบันทึกเทปตั้งแต่ต้นยันจบรายการด้วย เปิดประเด็นคำถามแรก “วิทวัส สุนทรวิเนตร์” พิธีกรประจำรายการได้ถาม “หนู” ถึงสาเหตุที่มาในวันนี้ เพราะต้องการประกาศเลิก “บอล” อย่างเป็นทางการใช่หรือไม่ เจ้าตัวได้ตอบคำถามทั้งน้ำตา จากนั้นทั้ง “บอล” และ “หนู” ต่างก็อารมณ์ขึ้นโต้เถียงกันตลอดทั้งรายการ
หนู : “ก็ (นิ่งเงียบไปนาน)”
บอล : “ก็พูดมาเลย คุณก็พูดมา ผมจะได้พูดของผม เขาจะได้รู้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง เราอยู่กันยังไง”
หนู : “ในเมื่อเขาไม่รักเราแล้ว (ร้องไห้) ก็ไม่ต้องทนแล้ว”
บอล : “อยู่กันมา 15 ปีผมรักไหม ผมรักเขาและลูก สิ่งที่เขาเคยเป็นยังไงมา ชีวิตเขาเคยพังมา และมาอยู่กับผม ถามว่าผมไม่รักเขาเหรอ เขาเคยมีแผลมา อันนี้ผมไม่ได้ว่าเขานะ เขาเคยมีลูกมา ผมก็ยืดอกรับเขาและช่วยเลี้ยงดูลูกเขาด้วย จนผมมามีลูก ถามหน่อยว่าผมไม่ดีเหรอ ผมไม่รักเขาเหรอ และที่อยู่มาล่ะการปฏิบัติที่เขาปฏิบัติต่อผม ผมปฏิบัติต่อเขา มันเป็นยังไงกันบ้าง”
“ถามว่าทะเลาะกันไหม ทะเลาะครับ บ่อยไหม บ่อยมาก ถามว่าผมเจ้าชู้ไหม โอเคนอกกายมีบ้างผู้ชายครับ แต่ผมไม่เคยละเลยครอบครัวที่ เรารู้ว่าเหมือนเราออกมาหาอาหาร ครอบครัวเรารออยู่ อิ่มไหม ผมให้อิ่มตลอด แต่สิ่งที่ผมได้รับคืนมาคืออะไร เขามาด่าผมอย่างโน้นอย่างนี้ ทำไมมึงไม่กลับอีกเหรอป่านนี้ กลับไปดึกเอามีดไว้ใต้หมอน ไม่เคยโกรธหนูนะ”
หนู : “มันเป็นเรื่องปกติค่ะ และหนูก็ไม่เคยทำ ถ้าไม่ปกติเขาก็ไม่อยู่กับหนูขนาดนี้หรอกค่ะ ทุกครั้งทะเลาะกันหนูไม่เคยด่าพ่อว่าแม่ คือเราก็คุยตามประสาของเราเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ทะเลาะกันนะคะ”
บอล : “ผมก็อะไร....มีมีดใต้หมอน บางทีผมต้องอุ้มลูกสาวมากันไว้”
“วิทวัส” พยายามพูดให้ “หนู” เข้าใจว่า ที่บอกว่าในเมื่อเขาไม่รักเราแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า 14 ปีที่ผ่านมาไม่ได้รัก แล้วในเมื่อ “บอล” ดูแลดีไม่มีปัญหา แล้วอะไรคือปัญหาทำให้ความรักที่บ่มมา 15 ปีพังทลาย เมียเก่าตลกดังรีบชี้แจงว่า
หนู : “บอลจะเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ถามว่าหนูรักเขาไหม หนูรักเขา ไม่ว่าเขาจะทำผิดกี่ครั้งหนูก็รักเขา คือหนูให้โอกาสเขาตลอด ชีวิตครอบครัวมีทุกคน การใช้ชีวิตครอบครัวคือทุกคนมีความคิดไม่เหมือนกัน ของหนูอาจคิดอีกอย่าง แต่คนอาจคิดอีกอย่าง ทำยังไงก็ได้ให้ลูกเรามีความสุข ให้ครอบครัวมีความสุข หนูถึงยอมถึงขนาดนี้ แล้วที่มันมามีปัญหาก็อย่างที่ข่าวลงเรื่องผู้หญิง”
บอล : “พอผมประกาศแต่งงาน เขาไม่ใช่ลูกครึ่งญี่ปุ่นแต่มีเชื้อ พอดีรักษาหายเลยไม่เป็นแล้ว (หัวเราะ) คือที่เป็นข่าวเพราะผมคุยกับพี่นักข่าว เขาถามช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกว่าเพิ่งได้บ้านใหม่ เดี๋ยวจะเลี้ยงพระขึ้นบ้านใหม่ปีหน้า และคบกับแฟนใหม่ คุยดูกันอยู่ ก็อาจจะแต่งปีหน้า แต่ยัง ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นขนาดนี้ เพราะที่ผมพูดออกไปถามว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงผมจะพูดทำไม หมายความว่าผมเลิกกับเขาแล้ว เขาเป็นคนบอกผมเองว่ากูไม่เอามึงแล้ว และบ้านหลังนี้กูก็ไม่อยู่ด้วย อายคนแถวนี้ ขายๆ ไปเลยไม่อยู่หรอก เขาพูดกับผมจริงไหมหนู (หันถามหนู)”
หนู : “คนเราความเป็นพ่อคน ในเมื่อเขาบอกว่าเลี้ยงลูกไม่ให้อดให้อยาก ให้ลูกมีความสุข หนูถามหน่อยว่าพ่อทุกคนยอมขายบ้านไหม ถ้าเมียพูดแบบนี้ เขาบอกว่าจะขาย คือเขาพูดว่าบ้านขายได้แล้ว หนูก็บอกว่าขอบ้านหลังนี้ให้ลูกได้ไหม”
บอล : “เดี๋ยวก่อนนะคุณโทรมาตอนที่ไอ้นั่นแล้ว ตอนที่คุณบอกว่าฉันขอนะ จะได้อยู่กับลูก”
หนู : “ที่อยู่เนี่ยมีหลานอยู่ด้วย หลานนั่งฟังอยู่ พอเขาพูดเสร็จ ก็บอกทำไมพี่บอลทำกับน้องแบบนี้”
บอล : “คือทะเลาะกันปังๆๆๆ เสร็จปั๊บ เขาบอกบ้านหลังนี้กูไม่อยู่แล้ว มึงขายๆ ไปเลย กูอายคนแถวนี้เขา กูไม่อยู่หรอก พูดเองนะ (หันชี้หนู) ถามว่าผมขายไหม ผมไม่ขายหรอกครับ ผมกัดฟันมาเหลืออีกประมาณ 6 แสนกว่าบาทก็หมดแล้ว ผมจะขายเพื่ออะไร แล้วผมต้องออกจากบ้านมา มาระเหเร่ร่อนกว่าจะได้บ้านหลังใหม่ ผมติดแบ็คลิสต์หมดเลยทุกธนาคาร กว่าผมจะมีบ้านก็ขอบคุณไทยพาณิชย์มาก”
“ที่ติดแบ็คลิสต์เพราะรถบีเอ็ม ผมต้องเป็นหนี้เพราะพี่สาวเขาเอารถบีเอ็มไปขายให้คนอื่น ซึ่งเป็นญาติแฟนเก่าเขา จนทุกวันนี้ผมยังไม่เห็นหน้าเลย แต่ผมต้องมารับใช้ 3 แสนกว่า ทนายบอกผมโทรหาคุณหนู เขาไม่เคยรับสายผมเลย ที่ผมโทรหาคุณบอลเพราะมันไม่ไหวแล้ว จนวันหนึ่งหมายศาลมาติดหน้าบ้านยึดทรัพย์ ผมน้ำตาร่วงเลย 3 แสนกว่านี่เหรอสิ่งที่คุณบอกมึงไม่ต้องยุ่ง รู้จักอะไรกับพี่กู แล้ววันนี้เป็นไง ถามทนายได้เลย ทนายบอกมีอะไรให้ผมช่วยคุณบอลโทรบอกเลยนะ 3 แสนกว่าทนายไปยืนรอผมหน้าธนาคารครับ ผมไปเบิกเงิน 3 แสนกว่า ซึ่งผมทำงานมาทั้งชีวิต มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมรับรู้ด้วยเลย แต่ผมต้องรับใช้ 3 แสน กับเงินที่ตอนนั้นเขาจะหาทนายไปรับฟ้องไอ้คนที่เอารถไป ผมก็ต้องช่วยพี่เขาออก นี่ก็บอกไม่ต้องมายุ่ง เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว เป็นปีๆ ครับจนวันหนึ่งหมายศาลมาจริงไหมหนู (หันถามอดีตภรรยา)”
หนู : “ถูกต้อง หนูก็จะบอกว่าที่มีเรื่องรถบีเอ็ม เพราะเขาก็ไปมีผู้หญิงคนอื่นเหมือนกัน คือเขาไปจะไม่ค่อยหันกลับมาดูลูกดูเมียเลย พี่สาวบอกว่าเอารถบีเอ็มขาย พี่สาวก็ไปขายให้ คือทางนี้ไปก็ไม่ได้มาดูว่าเราอยู่ยังไง และด้วยความที่อยู่รอดของน้อง อยากให้น้องกับหลานมีเงินกิน มีอะไรกิน พี่สาวก็เลยเอาไปขายให้ แล้วเงินที่เหลือเนี่ยก็เอามาให้น้องให้หลานไว้ใช้ แต่ไม่คิดว่าการที่พี่สาวเราไปทำแบบนี้ให้ กลับกลายเป็นว่าเขาผิดเขาเลวในสายตาของเขา เพราะเขารักน้อง”
บอล : “แต่คำคำหนึ่งที่คุยกับผม ผมก็โทรกลับไปหาพี่สาวเขา ผมก็ถามพี่...ตอนนี้หมายศาลมาติดหน้าบ้านผมแล้วจะทำยังไง เขาบอกจะให้ทำยังไง พี่ไม่มีให้หรอก ผมก็อ้าว...พี่ 3 แสนกว่า เขายึดทรัพย์ผมแล้ว”
หนู : “รู้สึกว่าเรื่องจะเกิดปี 2549”
บอล : “ซึ่งผมแยกกันแล้ว”
หนู : “แยกกันแล้วและกลับมาอยู่ด้วยกันอีก”
พิธีกรได้ซักต่อว่า ตกลง “บอล” ได้ส่งเงินส่งเสียลูกบ้างไหม ตลกดังกล่าวว่า
บอล : “ผมเลิกกันทุกครั้งที่ออกจากบ้าน คือพอรู้ว่าผมมีผู้หญิงใหม่ เราก็จะเลิกกันแยกกัน ออกจากบ้านทุกครั้ง แม้กระทั่งครั้งนี้ผมยังงงว่า คุณมาตีมึนได้ยังไง คุณเป็นคนบอกเองว่ากูไม่เอามึงแล้ว เขาเป็นคนบอกผมเอง เขาส่งข้อความมาขมาผมว่า ฉันมาขอโทษ ผมก็บอกหนูครั้งนี้ฉันไม่เอาแล้วนะ เราเคยคุยกันแล้ว ผมอุตส่าห์เอาเขากลับมา เขาไปขายกิฟท์ช้อป จนอาผมโทรมาบอกว่าลูกสภาพจิตใจไม่ดี ให้มาดู ผมก็กลับไปอยู่ กลับเอาเขามา เพราะเห็นลูกแล้วสภาพมันไม่ใช่ แต่ผมส่งเงินส่งเสียให้เขาตลอด”
หนู : “ก็ส่งตลอดค่ะ แต่เงินที่เขาให้มาไม่พอ เขาให้เดือนละ 1 หมื่นบาทและค่าเรียนพิเศษลูกต่างหาก 5 พัน”
บอล : “ผมให้ 1 หมื่นจริง นี่ของลูกที่เกิดจากผม แล้วก็แสนนึง บอลให้หนูไหม (หันถามหนู หนูตอบให้) แล้วรถวีออส บอลดาวน์ให้หนูไหม”
หนู : “ก็ใช่ แต่หนูต้องผ่อนเองเพราะตอนนี้ไม่มีงานทำ”
บอล : “ก่อนหน้านี้หนูบอกแสนนึง หนูจะไปทำอย่างโน้นอย่างนี้ถูกไหม เราก็โอนให้”
หนู : “คือเขาโอนให้แสนนึงจริง ส่วน 1 หมื่นบาทเราต้องเลี้ยงลูก พอดีหนูตั้งศาลพระภูมิด้วย ตั้งศาลก็ 3-4 หมื่นละ”
บอล : “แล้วตั้งศาลบอลช่วยไหม (หันหน้าถามซีเรียส)”
หนู : “ก็โอนมาให้ 1 หมื่นบาท แต่เงิน 1 หมื่นบาทที่ให้ไป มันไม่พอค่าใช้จ่ายสำหรับเรา เพราะหนูเติมน้ำมันด้วย ค่าน้ำค่าไฟเราออกเอง ทุกอย่างค่าแม็กเน็ต ไม่ว่าลูกจะมีงานเกี่ยวกับอุปกรณ์อะไร เราจะเป็นคนสำรองออกไป แล้วค่ารายวันที่ลูกจะต้องใช้จ่ายทุกวัน ตอนนี้หนูเลยต้องเอาเงินตัวนี้มาสำรองออกไปๆ ทุกเดือน เพิ่งจะ 4 เดือนนี่เอง”
บอล : “4 เดือนได้ยังไง”
หนู : “ก็คุณไปบอกรายการว่า หนูกับเขาเลิกกันมาปีกว่าแล้ว” (บอลเถียงกลับ...ก็คุยกันแล้ว ก็บอกอยู่เพื่อลูก)
“วิทวัส” ได้ถามย้ำว่า ตกลงเลิกหรือไม่เลิกกันมาปีกว่าแล้ว เพราะตรงนี้คือประเด็นที่ทำให้เป็นข่าว และต่างคนต่างตอบไม่ตรงกัน?
หนู : “หนูยอมรับว่า 4 เดือนค่ะที่พูด แต่เขาเป็นคนไปบอกรายการ ตีท้ายครัว ว่าเลิกกันมาปีกว่า คือรายการบอกอยากมาเปิดบ้าน เขาก็พูดบอกว่าผมขอให้เอาลูกเอาเมียออกได้ไหม เงินตรงนี้ผมจะเอาให้ลูก หนูก็เลยงงว่าเลิกกันปีกว่าได้ไง เพราะในเมื่อหนูกับเขาเพิ่งจะอัดรายการตอนเดือนก.พ. เพราะหนูก็ไม่สามารถไปเฟคทำยังรักเขาอยู่ได้ ถ้าเกิดเราเลิกกันจริงๆ”
“ดังนั้นเราเลิกกันจริงๆ ตอนเขาออกจากบ้านเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมาค่ะ เธอฟังฉันนะ (หันคุยกับบอล) เดือนพ.ค.ที่เขามีเคอร์ฟิว เธอพาฉันกับลูกไปเซเว่น เธอยังไปนั่งที่เซเว่นบอกว่าลูกผมหิวข้าว ขอผมซื้อไส้กรอกได้ไหม”
บอล : “ก็ผมกลับไปดู กลับไปเยี่ยมลูก คือผมจะไปนอนบ้านวัดเชิงหวายบ้าง ระเหเร่ร่อนไปเปิดโรงแรมนอนบ้าง และก็ยังกลับไปดูลูกบ้าง ก่อนหน้านี้เราเคยเลิกกันทีแล้วกลับมาอยู่ด้วยกัน แล้วก็บอกไม่เอาเหมือนเดิมแล้วนะ แล้วเขาก็เหมือนเดิม ถามว่าประคองไหม ประคองแล้วประคองอีกเพื่อลูกจริงๆ”
หนู : “หนูก็ไม่อยากพูดอะไรมากแล้ว ในเมื่อเขาเป็นลูกผู้ชาย เขากล้าทำก็ต้องกล้ารับ ส่วนตัวหนูพูดความจริงทุกอย่าง หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าเขาพูดอย่างนี้แล้วสบายใจ ก็คือขอให้หยุดตรงนี้พอ ถ้าเขาคิดว่าตรงนี้เขาถูก หนูก็ไม่ว่าอะไร ก็ปล่อยให้เขาคิดไป”
“บอล” แฉสุดทนที่อดีตภรรยาเคยว่าเรื่องโอนเงินให้แม่ แต่อีกฝ่ายยันไม่เคยพูดเช่นนั้น
บอล : “ตอนแรกผมส่งมาตลอด จน ณ วันหนึ่งคุณออกมาว่าผมอย่างโน้นอย่างนี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมที่ผ่านมาคุณไม่ออกมา พอคุณเห็นข่าวคุณกระโดดโลดเต้นตอนผมจะแต่งงาน ที่ผ่านมาผมช่วยคุณไหม ทำไมคุณไม่คิดล่ะว่า ผมดีกับคุณและลูก ช่วยมาตลอด และไม่คิดว่าเลิกกันเป็นเพื่อนกันไม่ดีกว่าเหรอ คุณไม่ควรออกมาทำกับผมอย่างนี้”
หนู : “ไม่ใช่หรอกค่ะ หนูทำทุกอย่างคือเราทนสุดๆ แล้ว ทุกอย่างเราทนมา ไม่งั้นเราไม่อยู่กันมา 15 ปีขนาดนี้หรอก เราคิดว่าพอรับได้ก็รับ แล้วเป็นอย่างนี้หลายครั้ง”
บอล : “บางทีผมโอนเงินให้แม่ คุณพูดกับผมว่าไง แม่มึงขออีกแล้วเหรอ”
หนู : “ฉันไม่เคยพูดเลยนะ เธอต้องถามอาเธอแล้วล่ะว่า อาเธอเป็นคนพูดหรือเปล่า”
บอล : “เธอพูดกับฉันเองหนู (น้ำเสียงเข้ม)”
หนู : “เธอจะมาพูดอย่างนี้ แล้วมาว่าคนโน้นคนนี้ไม่ได้”
บอล : “ผมบอกคุณไม่มีสิทธิ์มาว่าแม่ผมนะ ผมใช้คุณโอนเงิน คุณบอกแม่ขออีกแล้วเหรอ โอนไปเลย ให้แม่มึงกินเหล้าให้ตายไปเลย คุณไม่มีสิทธิ์พูด พ่อคุณผมยังช่วยเลย เวลาพ่อตามาผมให้ตลอด 500 บ้าง 1000 บ้าง แม้กระทั่งลูกติดคุณมา สร้อยคุณเอาไปจำนำไว้ใช้จ่ายค่าเทอมให้ลูกคุณ ผมต้องไปไถ่ออกมาให้”
หนู : “อันนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง คือเราไม่ได้ดูแลลูกเราเลย แต่เรามาปรนนิบัติเขาอย่างเดียว งานเราก็ไม่ได้ทำ ทุกอย่างเราไม่ได้ทำหมด เราต้องมานั่งเลี้ยงลูกเขา นี่เป็นเหตุผลที่เราไม่ได้ดูแลลูกเราเลย เพราะหนูปฏิบัติต่อเขาอย่างเดียว แม้กระทั่งพ่อหนู หนูก็ไม่เคยดูแล จนทุกวันนี้เขาเจ็บยิ่งกว่าเราอีก ลูกที่เป็นของหนู หนูต้องมายืมเงินเขาไปจ่ายค่าเทอมอีก ถามว่าเขาช่วยไหม เขาช่วยแค่ครั้งเดียว (บอลสวนถาม...ครั้งเดียวเหรอ) คือเหมือนเรื่องนี้เขารังเกียจลูกหนูด้วย (บอลตอบกลับ...ถ้ารังเกียจคงไม่อยู่ด้วยเป็น 15 ปีหรอก) เพราะ15 ปีเขาไม่เคยมาวุ่นวายกับลูกหนูเลย” (บอลหัวเราะ)
“วิทวัส” ได้สรุปว่าทั้งคู่เปรียบเสมือนแก้วร้าว สมานกันไม่ติดแล้ว และหนูต้องการประกาศแยกทางกับบอลแล้วใช่หรือไม่
หนู : “ค่ะ เลิกแล้วจริงๆ”
บอล : “ตอนแรกผมคิดว่าจะคบกันเพื่อลูกเถอะ เราเป็นเพื่อนกันเถอะ ที่ผ่านมาผมช่วยตลอด จนกระทั่งล่าสุดท่อน้ำแตก 7 พันกว่า ผมก็ช่วยก็โอนไปให้ เขาเดือดร้อนผมก็ช่วย ก็เป็นเพื่อนช่วยกันดีกว่า”
หนู : “ก็เพราะมันเป็นหน้าที่ ที่เขาต้องดูแล”
บอล : “ครับมันเป็นหน้าที่ ซึ่งผมก็ผ่อนบ้านให้เขาเดือนละ 21,000 แล้วก็ให้ลูกอีก 15,000”
หนู : “ก็ในเมื่อเลิกกับเขาแล้ว เราก็อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่หนูไม่มีอะไร อยากเริ่มต้นใหม่กับลูก อยากไปดูแลพ่อให้ดีกว่านี้(ร้องไห้) (วิทวัสถามย้ำ...หนูเคยพูดว่า ถ้าบอลไม่ช่วยค่าเลี้ยงดูลูก จะให้ไปขายตัวก็ยอม) ค่ะ”
บอล : “ผมไม่อยากให้เรื่องมันค้างคาอยู่อย่างนี้บอกตรงๆ ถ้าผมให้ได้ก็ให้ เรื่องลูกถ้าเลี้ยงไม่ได้ผมขอนะ ผมอยากได้ลูกมาอยู่กับผม อยากได้มาก ผมไม่ได้ตั้งใจดูถูกเขาว่า เขาจะเลี้ยงไม่ได้ เพราะเขาเองก็มีภาระเยอะ ไหนจะต้องดูแลลูกของเขาอีก”
“คนอย่างผมเหรอจะไม่รักลูกผม ที่อยู่มา 15ปี ผมรักลูกมากครับ คราวก่อนผมถามลูกว่าสอบได้ที่เท่าไหร่ ลูกบอก 20-30 กว่า ผมก็บอกว่าโห....ขนาดเรียนพิเศษนะเนี่ย ก็เลยบอกว่าอยากได้มือถือไหม ลูกก็บอกว่าอยากได้ เอางี้ถ้าอยากได้ ถ้าได้เลขตัวเดียวถึงจะให้ ดังนั้นที่เขาบอกกับสื่อว่า ผมดูแลลูกไม่ดีไม่จริงครับ ผมรักลูกเพราะยังไงก็คือลูกผม ผมเต็มที่ เอาอย่างนี้ดีกว่าเรื่องลูกผมจะรับผิดชอบจนชีวิตจะหาไม่ ถึงผมไม่มีก็จะหามาจนได้ ลูกคือลูก มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมไม่อยากมานั่งออกทีวี ให้คนดูเห็นเหรอ”
พิธีกรถามบอลต่อว่า ที่อดีตภรรยาเคยพูดว่าตลอด 15 ปีที่อยู่ด้วยกันไม่เคยได้อะไรเลย ต่อจากนี้จะดูแลเขาอย่างไร?
บอล : “ผมไม่ได้จดทะเบียนกับเขา เขาเคยขอร้องให้ผมจดทะเบียนกับเขา ผมก็คิดดูว่าเราเคยเลิกกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็กลับมาคบกันอีก ผมก็เลยคิดเยอะว่า เขาก็เคยมีลูกติดมา ถ้าวันนึงผมไม่อยู่ แล้วลูกผมล่ะ ทรัพย์สินผมล่ะ เขาจะเข้ากันได้ไหม ขนาดแฟนเก่ายังมาหาลูกได้ แล้วถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมาลูกผมไม่ตายเหรอ”
หนู : “พ่อหนูสอนตลอดว่า ถ้าอะไรไม่ใช่ของๆ เรา สิ่งที่เขาทำมาก็ให้ลูกไป เขาไม่เอาของน้องอยู่แล้ว ทุกคนในบ้านไม่เอาของน้องอยู่แล้ว เรามาจากครอบครัวที่อบอุ่น เป็นครอบครัวใหญ่ รักพี่รักน้อง เพราะฉะนั้นของๆ คนอื่นเราไม่เอาหรอก”
“แต่สิ่งที่หนูต้องการจากเขาคือ 15 ปีที่หนูเสียไป หนูดูแลเขา ดูแลลูกเขา จนละเลยความเป็นลูก ไม่เคยดูแลพ่อ (ร้องไห้) ทุกครั้งที่หนูมีปัญหาพ่อหนูเจ็บมากกว่า 10 เท่า ทุกคนที่บ้านเจ็บหมด พ่อบอกเสมอว่า นี่แหละลูก....คน ดังนั้นหนูขอ 15 ปีที่สูญเสียไปไม่รวมเงิน 1 แสนที่เขาให้มา”
บอล : “พ่อคุณยังเคยว่าคุณเลย เวลาคุณโมโหแล้วไล่เอามีดมาแทงผม พ่อคุณยังว่าคุณเลยว่าทำไมทำอย่างนั้น วันที่คุณไล่ผมออกจากบ้าน แล้วเงินที่ดาวน์รถให้อีกแสนหนึ่งล่ะ”
หนู : “แล้วคุณอยากให้ลูกสบายหรือเปล่าล่ะ”
บอล : “มันแน่นอนอยู่แล้ว”
หนู : “มันก็ต้องเป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้ว ที่จะให้ลูกได้มีรถคอยไปรับส่ง เพราะว่าบ้านหนูจากหน้าปากซอยไปบ้านมันไกล เลยต้องใช้รถ ขนาดมอเตอร์ไซค์บอลยังเอาไปเลย บอลเขาพูดว่า ไว้ให้หนูซื้อของเข้าบ้าน”
บอล : “ใช่ครับ ผมให้อาเป็นคนเอากลับไปเอง ซื้อไว้ให้เขาใช้ไปซื้อกับข้าว แต่ทีนี้ผมไม่อยู่แล้ว ภาระผมมันเยอะจัด เยอะมาก ผมก็เลยให้อาเอาไปผ่อนต่อ เพราะผมไม่ไหว เอาไปเถอะ”
“บอล” โต้มีเงินเก็บ 10 ล้านตามที่อดีตภรรยากล่าวหา ลั่นมีเงินให้ตั้งตัวแค่ 1 แสนบาท พร้อมขออีกฝ่ายให้อนุญาตถ้าจะพาลูกไปเที่ยวบ้าง ด้าน “หนู” บอกเรื่องลูกให้เป็นข้อตกลงกันอีกที ส่วนเงินเลี้ยงดูลูกขอเพิ่มเป็นเดือนละ 20,000 บาท
หนู : “คิดเอาไว้ว่าอนาคตข้างหน้าหนูก็ต้องเดินต่อไป ต่างคนต่างรักลูกอยู่แล้ว แต่ลูกต้องอยู่กับหนู หนูก็เลยคิดว่าจะทำยังไงให้ชีวิตหนูเดินต่อไปได้”
บอล : “ลูกเดินต่อไปได้อยู่แล้ว ตราบใดที่ผมมีกำลังส่งลูกอยู่ ยังไงลูกก็เดินได้ ซึ่งถ้าผมพูดไม่จริงขอให้ธรณีสูบ ยังไงผมก็ต้องส่งเสียลูก ไม่มีวันทิ้งลูกผม 2 คนเด็ดขาด จนกว่าผมจะนอนไม่ไหวแล้ว 30,000 กว่าที่จะต้องส่งเสียให้กับทางนี้ แล้วไหนของผมอีก ของแม่ผมอีก อาผมก็ช่วยหมด จนบางทีผมกัดฟันสู้ งานอะไรก็รับหมด แม่ผมก็ช่วยเต็มที่”
หนู : “หนูยอมรับว่าเขาเป็นคนกตัญญูคนหนึ่ง แต่เขาก็ละเลยความเป็นสามีที่ดี แต่ต่อไปก็คงไม่มีคำว่าสามีอีกแล้ว ที่หนูต้องการคือหนูอยากมีชีวิตที่ดีของหนู ที่สูญเสียไป15 ปี พูดง่ายๆ ก็เรื่องเงิน หนูอยู่กับเขาไม่มีเงินเก็บ แม้แต่ประกันหนึ่งเล่มก็ไม่มี ลูกหนูทุกคนก็ไม่มีประกันเหมือนกัน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต”
บอล : “แต่ผมบอกได้เลย ถ้าตอนนี้ผมช่วยได้แค่แสนเดียว ผมไม่ได้มีเงินเยอะ ละครผมก็ไม่ได้เยอะ ถ่ายที 7-8 เดือน แล้วแต่ละเดือนสิ่งที่ผมต้องรับภาระก็มี แล้วถ้าเดือนไหนผมไม่มีงานล่ะ”
หนู : “แล้วที่บอลไปพูดกับพี่สาวล่ะว่า พี่เชื่อไหม ผมมีเงินเป็น10 ล้าน เพราะพี่สาวหนูเปิดโฟนเลยได้ยิน เขาบอกหนูอยากได้อะไรผมจะให้”
บอล : “(หัวเราะ) ไปไทยพาณิชย์กับผมเลย ไปเช็คดูเลยว่า ชัชชัย จำเนียรกุล มีเงินอยู่เท่าไหร่ คือผมบอกว่าต่อให้ผมมีเงิน 10 ล้าน ผมก็จะให้ ถ้าผมมีเงิน 10 ล้าน คงไม่ไปถ่ายสกู๊ปทีละ 8,000 หรอกครับ ผมเพิ่งไปถ่ายสกู๊ปมาครับ (หัวเราะ) ผมอยากให้คุณวิทวัสไปธนาคารกับผมตอนนี้ ไปดูได้เลยว่าผมมีเงินเท่าไหร่”
หนู : “ถ้าเขาพูดมาอย่างนี้แล้วก็คงต้องเชื่อเขา เพราะว่าโกหกคนอื่นโกหกได้ แต่โกหกตัวเองโกหกไม่ได้ แต่ถ้าเขาโกหกแล้วสบายใจ ก็ให้เขาโกหกไป หนูไม่อยากจะพูดอะไรมาก”
บอล : “ถ้าคิดว่ายังเป็นเพื่อนกันได้ก็เป็นเถอะ ผมคิดว่า1 แสนผมให้เต็มที่ ทำสุดกำลังผมแล้ว กำลังผมที่มีเท่านี้ ถ้ามีมากกว่านี้ก็ให้ บอกได้เลยครับว่าบอล เชิญยิ้มมีเงินไม่ถึง 10 ล้าน เรื่องจริงครับ และผมขอเลยว่า ถ้าผมอยากพาลูกไปเที่ยวก็ต้องให้ผมนะ ในเมื่อคุณอยากได้ลูก ผมทำหน้าที่ในฐานะคนเป็นพ่อ”
หนู : “มันก็ต้องเป็นข้อตกลงกันอีก บอกได้เลยว่าเงินที่ให้ลูกมาแต่ละเดือน 15,000 มันไม่พอจริงๆ แล้ว 5,000 หนูไม่ยุ่งเลยเพราะเป็นค่าเรียนพิเศษอยู่แล้ว แต่เดือนละ 10,000 บาท เวลาพาลูกไปเดินห้าง ลูกอยากกินอะไรก็ต้องให้กินอยู่แล้ว”
บอล : “ลูกอยากไปดูหนังผมก็โอนเพิ่มให้จริงไหม ผมทำงาน ผมก็ไม่รู้ว่าความต้องการลูกคืออะไรบ้าง”
หนู : “คือหนูต้องการ 15,000 เฉพาะค่าเลี้ยงดูของลูก อีกต่างหาก 5,000 คือขอเพิ่มอีก 5,000 บาท เป็นทั้งหมดต่อเดือน 20,000”
บอล : “แล้วค่าบ้านอีกนะ ผมกำลังคิดคำนวณว่าถ้าเดือนไหนผมช็อต แล้วมีปัญหาไม่มีเงินให้เขา จะกลายเป็นว่าผมเสียอีก เดี๋ยวเขาก็มาพูดอีก ที่ผมห่วงก็คือตรงนี้ 10,000 เด็ก 2 คน ไม่น่าจะเยอะนะ อย่าเพิ่งไปรวมค่ากิน ค่าเที่ยว เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ถ้าเป็นตรงนั้นให้ผมช่วยทีละเปราะๆ ดีกว่า”
หนู : “คือหนูคำนวณแล้วว่า ถ้าเป็นลูกชายจะใช้วันละ 100 กลับมาตอนเย็นก็ต้องหาข้าวให้กินอีก เช้า-เย็น สรุปเช้า 200 หนูไม่ได้ทำงาน ก็ต้องกินข้าวด้วย อย่างน้อยก็ต้อง 100-200 ใช้จ่าย 3 คน”
บอล : “ถามว่าผมไหวไหม (ทำท่าคิด) เดือนละ20,000 ผมต้องผ่อนบ้านผมอีก หลังนี้ก็เอาให้ลูกผม”
“บอล” เผยเหตุไม่ยกบ้านให้เป็นชื่ออดีตภรรยา เพราะกลัวเอาไปขายเหมือนเมื่อครั้งกรณีรถบีเอ็ม ด้าน “หนู” บอกให้ตลกดังเซ็นยกบ้านให้ลูกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีทุกคนเป็นสักขีพยาน
หนู : “อย่างบ้านหลังที่อยู่ ก็ไม่ได้เป็นชื่อหนู ทั้งๆ ที่หนูอยู่ดูแลบ้านมาตั้ง 5 ปี ไม่รู้เขากลัวว่าหนูจะเอาบ้านไปขายหรือยังไง”
บอล : “ที่ไม่เปลี่ยนชื่อให้รู้ไหมเพราะอะไร ก็ขนาดรถบีเอ็มยังทำได้ 3 แสนกว่าคุณเคยทำมาแล้วไง คุณเคยเอาบีเอ็มผมไปขายมาแล้วไง ผมเลยไม่กล้าให้ ผมแค่รอบคอบว่ามันให้ไม่ได้จริงๆ ครับ ที่ให้เพิ่มอีกเดือนละ 5,000 ผมให้ได้แต่บ้านตอนนี้ ผมพูดตรงนี้เลยว่าบ้านหลังนี้ที่ให้ จะให้แค่เฉพาะลูกที่เกิดมากับผมเท่านั้นนะครับ (เน้นเสียง) ไม่มีคนอื่นนะครับ และไม่ขายด้วย เพราะเหลือไม่เท่าไหร่แล้ว”
หนู : “แต่ตัวหนูกับลูกความมั่นใจมันไม่มีไง หลักประกันไม่มี ถ้าบ้านหมด ทุกอย่างหนูขอให้เป็นสักขีพยานต่อหน้าทุกคนในรายการ อยากให้เขาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเลยว่า เมื่อลูกอายุเท่านี้ๆ บ้านหลังนี้ต้องเป็นของเขา”
บอล : “เหมือนเรามาแย่งบ้านกันเลยเนอะ ผมไม่เอาอยู่แล้วบ้านหลังนี้ ผมให้ลูก แต่ตอนที่คุณเอารถบีเอ็มไปขาย 3 แสน และมีหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน คุณเคยช่วยผมไหม ผมคนเดียวเลย ทนายมารอเอาเงินที่หน้าบ้าน ทนายยังบอกกับผมว่าโธ่….คุณบอล ผมสงสารคุณจริงๆ เลย นี่ผมโทรหาเขา เขายังไม่รับสายเลย ผมอยากให้ทนายพูดจังเลย ทนายศุภชัยจ๋า พูดแทนผมด้วย”
หนู : “ที่ออกมาก็เพราะเขาจะประกาศแต่งงานไง ที่ผ่านมาเขาไม่เคยบอกเลยว่า เขาคบกับผู้หญิงคนนี้ๆนะ”
บอล : “ผมโทรไปก็ไม่เคยได้ยินเสียงเขาเลย ได้คุยกับลูกตลอด”
หนู : “ก็ถามลูกแล้วว่าพ่อจะคุยกับแม่ไหม ไบค์(ลูกชาย)ก็บอกว่าไม่เห็นพ่อพูดอะไรเลย หนูรู้ว่าทุกคนในห้องส่งแยกแยะได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด พี่เขาเก่ง”
บอล : “ผมก็ถือว่า 15 ปี ผมประคองเต็มที่แล้ว ผมไม่เคยบกพร่องในการเลี้ยงลูก แต่เรา2คนอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่วันนี้มันไม่ไหวจริงๆ คุณวิทวัสครับ อีกหน่อยลูกก็ต้องโตอีก ค่าใช้จ่ายอีก อันนี้เป็นสิ่งที่ผมหนักใจ ตอนแรกคิดว่าถ้ามีการฟ้องร้องกัน ผมอยากจะได้ลูก แต่คุยกับเขาแล้วเขาไม่ให้”
หนู : “ก็ลูกอยู่กับหนูตลอด หนูไปนอนที่อื่น หนูยังนอนไม่หลับ ชีวิตหนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลูก”
“หนู” สรุปค่าใช้จ่ายที่อยากได้จาก “บอล” ขอเงินก้อนที่มากกว่า 1 แสนแต่ไม่ถึงล้าน เพื่อจะเอาไปเปิดร้านทำกิจการ แต่ตลกดังขอปฏิเสธ
หนู : “จะบอกเลยว่าเงิน 1 แสนที่เขาจะให้ ถ้าเอาไปเปิดร้านมันไม่พอแน่นอน หนูไม่ต้องการเป็นหลักล้านหรอก แต่ 15 ปีน่าจะได้มากกว่านี้”
บอล : “ก่อนหน้านี้ก็แสนนึง แล้วเพิ่งไปดาวน์รถให้อีกแสนกว่า นี่ก็ 2แสนกว่าแล้วนะ(ถอนหายใจ)”
หนู : “แต่หนูไม่มีเงินเก็บสักบาทเลย ถ้าย้อนกลับไป15 ปี หนูอาจจะมีเงินเก็บมากกว่านี้ ถ้าหนูได้ทำงานอาจมีเป็นล้านเลยก็ได้”
บอล : “งั้นผมก็คิดได้ว่า ถ้าผมไม่เจอคุณ ก็อาจจะมีเงินเก็บเป็น10ล้านเลยก็ว่าได้ ก่อนจะพูดคิดก่อนสิ คุณมาเรียกร้องอะไรกับผมเยอะแยะ ผมเองก็อยากจะให้จบลงตรงนี้เลยครับ ไหนๆ ก็คุยแล้ว ที่ผมออกมาเพราะไม่อยากสาดกันไปมา ก็ถ้ามากกว่าแสนคงไม่มี ผมเพิ่งได้รับการอนุมัติจากธนาคารมา คือผมซื้อบ้านหลังใหม่ มันก็มีภาระ อีกเดือนละ 20,000 แล้วต้องผ่อนบ้านให้เขาอีก 21,000 ก็เป็น 41,000 แล้วรถที่ผมต้องใช้รายเดือนอีก”
หนู : “ก็ถ้าหนูได้ทำงาน เขาก็ไม่ต้องมาเสียค่ากินอยู่ให้ลูกหรอก อะไรที่เล็กๆ น้อยๆ หนูก็จะออกเอง”
ภายหลังอัดรายการเสร็จ “นางทิพย์ จุฑาทิพย์” ซึ่งเป็นอาของบอล ก็ได้เดินขึ้นมาบนเวทีด้วยอารมณ์โมโห พร้อมถือหลักฐานต่างๆ นำมาโชว์ให้ดูว่า ตลกดังได้มีการเลี้ยงดู และดูแลรับผิดชอบลูกกับเมียเก่าจริงๆ ด้าน “นายเบิ้ม โพธิ์เกษม” คุณพ่อของหนู ก็เดินขึ้นมาให้กำลังใจลูกสาวเช่นกัน จากนั้น “บอล-หนู” ได้มาสัมภาษณ์ และโต้เถียงกันต่อหน้าสื่อมวลชนต่อ ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร
บอล : “วันนี้ที่มาออกรายการก็อยากจะเคลียร์กันไปเลย ไม่ต้องค้างคาใจ ว่าเลิกกันแล้ว ที่ผ่านมาตั้งแต่มีข่าวก็ยังไม่ได้คุยเพื่อปรับความเข้าใจอะไรกันเลย ไม่คุยครับ”
หนู : “ก็เขาไม่เคยโทรมา ไม่เคยโทรเคลียร์กับเรา นอกจากเขาโทรหาลูก”
บอล : “ใช่ครับ ก็จะให้ผมโทรไปคุยกับคุณทำไม ก็จบกันไปตั้งนานแล้ว ผมก็คุยกับลูกตลอด ก็เลิกกันแล้วจะคุยอะไร ยังโทรคุยกับลูกว่าอยากได้โทรศัพท์มือถือก็ต้องสอบให้ได้เลขตัวเดียวนะ ให้พ่อได้ชื่นใจหน่อย ไหนๆ ก็เรียนพิเศษมาแล้ว”
หนู : “หนูบอกกับลูกตลอดว่าอย่าไปหวังสิ่งของ ถ้าเราหวังของ เราจะทำๆ ถ้าปีไหนได้ก็ดี แต่ถ้าปีไหนไม่ได้ล่ะ เราไม่อยากให้ลูกหวังสิ่งของ อย่างโทรศัพท์พวกนี้”
บอล : “ก็ไม่เห็นว่าเสียหายอะไร”
หนู : “ก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอกันเลย ไม่ได้เจอกัน 4 เดือน หลังจากที่เขาหายไป แต่รู้สึกเขาจะไปหาที่บ้าน แต่ไม่เจอกัน”
บอล : “ที่ผ่านมาเราไม่เคยจะพยายามปรับความเข้าใจกัน เพราะเขาเป็นคนบอกเองว่ากูไม่ต้องการมึง ไม่เอาแล้ว กูไม่เอาแล้ว ไม่อยู่แล้วบ้านหลังนี้ เขาส่งข้อความมาขอขมาผม ใช่ไหมที่คุณไปพูดในรายการช่อง 9(ถามฝ่ายหญิง)”
หนู : “ก็ใช่ ที่ผ่านมาก็คิดว่าบอลเป็นอย่างนี้ตลอด”
บอล : “ผมถามหน่อยว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่ออกมา ที่เขาบอกว่าผมหายไป ผมไปต่างประเทศเหรอ ผมก็อยู่หน้าจอทีวีตลอด ผมไม่ได้ไปไหน ทำไมคุณไม่ออกข่าวล่ะ พอผมออกมาจะประกาศแต่งงาน แล้วก็ออกมากระโดดโลนเต้นมาอย่างนั้นอย่างนี้กับผม คุณทำทำไม(เสียงดัง)”
หนู : “ก็เขาเป็นแบบนี้ทุกปี ที่เขาออกมาบอกว่าเลิกกันปีกว่าแล้วไม่จริงค่ะ”
บอล : “ก็เลิกกันตั้งแต่ปี49 ก็ยังทำเอกสารสัญญาเรื่องลูกกัน แล้วผมก็เห็นเขาไปขายกิฟท์ช้อป ก็เลยเอาลูกกลับมาแล้วก็กลับคืนดีกัน ก็คุยกันว่าไม่เอาแล้วนะ อยู่เพื่อลูกนะ แต่อย่ามาถามว่าทำไมยังไม่กลับ เพราะบางทีเราทำงานกลับตี 3 ตี 4 เพราะเขาชอบถามว่าทำไมมึงไม่กลับ จะนอนโน่นหรือไง เสร็จปั๊บกลับมาชวนผมทะเลาะ มีมีดไว้ใต้หมอนบ้าง”
อาบอล : “(พูดแทรก) หนูโทรมาหาอาบอกว่า ให้ทำสัญญาเรื่องค่าเลี้ยงดูลูก”
หนู : “ถ้าอยากรู้ไปดูได้เลยในหมู่บ้าน ถ้าคนเราเลิกกันจะไปออกรายการ ตีท้ายครัว ได้ยังไง สรุปว่ารายการนั้นทำเพื่อลูก ถ้าพี่นักข่าวอยากรู้ดีถามพี่ในทีมงานดีกว่า”
อาบอล : “แล้วถ้าหนูจะแบ็คเมล์ล่ะ”
หนู : “ไม่ได้แบ็คเมล์ อาฟังก่อน (โต้เถียงกัน)”
พ่อหนู : “ถ้าอยากรู้ไปบ้านพ่อ เพราะบอลเคยไปอยู่บ้านพ่อ”
บอล : “ใช่พ่อ ผมเคยไปอยู่บ้านพ่อ แล้วเวลาเขาไล่ผมล่ะ”
พ่อหนู : “จะไล่อะไรล่ะก็ผัวเมียกัน(โต้เถียง)”
หนู : “ถ้าอาจะเอาหลานไป หนูว่าต้องมีจิตสำนึก เมื่อ 10 ปีที่แล้วก็ต้องช่วยเลี้ยงหลาน”
อาบอล : “ถามหนูว่าที่ผ่านมาอาไม่ช่วยเหรอ รถก็ช่วยค้ำประกันให้ ทำทุกอย่าง”
บอล : “สรุปจบว่าตกลงยังไง ไม่งั้นไม่จบ เอาเป็นว่าผมจะดูแลลูกจบต่อไปแค่นั้นเอง ไม่งั้นสาดกันไปมา”
หนู : “เราก็จบตามที่รายการบอกแหละ เพราะอาเขาก็เสียผลประโยชน์”
บอล : “เสียผลประโยชน์เรื่องอะไร ฟังก่อนนะ อาผมไม่มีส่วนได้อะไร นอกจากผมเป็นคนเอ่ยปาก(พูดเสียงดัง) อาไม่ได้เอามีดมาจี้ผมนะครับ ผมโตผมคิดเองได้ อาผมไม่เกี่ยว ผมให้ลูกที่เกิดกับผมอย่างเดียวนะ คนอื่นไม่เกี่ยว”
หนู : “ความจริงก็คือความจริง เวลาบอลพูดอะไรแล้วมันจะทำร้ายตัวเอง ก่อนหน้านี้หนูก็เคยบอกแล้วว่าเรามีลูกนะ เธอรับได้ไหม รับได้เราก็อยู่ด้วยกัน (บอลพูดแทรก เพิ่งมาบอกผมทีหลัง) เดี๋ยวจะหาว่ามีลูกติดอะไรแบบนี้ เหมือนเขามาประจานผู้หญิง”
อดีตภรรยากร้าวขอ 5 แสนจะยอมจบ ถ้าไม่ให้จะฟ้องร้อง ด้าน “บอล” ยอมติดคุกบอกมีเงินให้ได้แค่ 1 แสน
บอล : “พ่อก็รักลูกของพ่อ แต่ผมให้ได้แค่แสนเดียว”
หนู : “แสนเดียวไม่พอใจ 15 ปีที่เสียไปน่าจะมีอะไรที่มากกว่านี้ และดีกว่านี้ ประมาณ 5 แสน ถ้าไม่ได้ก็คงต้องฟ้องทั้งหมด ทั้งเรื่องบ้าน เรื่องเงินทุกอย่างแหละ”
บอล : “ต่อให้ผมติดคุกผมก็ไม่มีให้ครับ ผมมีแค่นี้”
อาบอล : “ก่อนหน้านี้หนูบอกอาว่า ขออีกแสนเดียวแล้วจะจบ”
หนู : “ก็ใช่ แต่ตอนนี้ชีวิตหนู 15ปี มันไม่ใช่แล้ว เขามีอะไรที่ดีขึ้น เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง กลายเป็นว่ารับไม่ได้”
ตลกดังลั่นไม่ทิ้งลูก ยินดีส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนกว่าตัวเองจะตาย พร้อมประกาศจะไม่มีใครได้ในสิ่งที่เป็นของลูก
บอล : “เรื่องคำสัญญาที่ให้กับลูก ผมบอกได้เลยว่า พ่อจะไม่ทิ้งลูก หนูคือลูกพ่อ พ่อจะส่งเสียอย่างดี จะไม่ทำให้หนูด้อยกว่าคนอื่น พ่อทำให้เต็มที่ตั้งแต่หัวจรดเท้า รักลูกมากที่สุด สงสารลูกมากที่เขาโดนล้อ คือถ้าไม่มีใครใส่ข้อมูลให้ลูกก็คงไม่ขนาดนี้ ผมรับผิดชอบแน่นอน ผมจะดูแลจนผมตาย แล้วจะไม่มีใครได้สิ่งที่ผมจะให้ลูก”
หนู : “หนูก็บอกกับลูกๆ ว่า แม่รักลูกนะ เขาบอกว่าให้แม่สู้ๆ ยังไงหนูก็รักแม่ ไม่ไปไหนหรอก อย่างเวลาน้องเขามีการแสดง ไปรำได้มา 100-200 บาท เขาก็ให้เรามาซื้อข้าว เขายังเอาเงินมาให้เรากินเลย(ร้องไห้)”
บอล : “เงินที่ให้ไปไหนหมดล่ะ พูดให้หมดสิว่าเงินหายไปไหน สรุปเลยว่าจบ ผมเลี้ยงลูกผมมีให้คุณเท่านี้จริงๆ”
เมื่อเห็นอดีตสามีไม่ยอมแน่ๆ สุดท้าย “หนู” จึงต้องเป็นฝ่ายยอมจบ และได้เดินไปพูดบ่นกับประชาสัมพันธ์ของรายการว่า ตลกดังไม่ยอมพูดความจริง ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าทำไม?!?
ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บอล เชิญยิ้ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บอล เชิญยิ้ม แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
“เมียบอล เชิญยิ้ม” แฉตลกดังเจ้าชู้ ยอมเลิกถ้าได้เงินก้อนค่าเลี้ยงดูลูก ขู่ไม่ให้เจอฟ้องแน่!
“เมียบอล เชิญยิ้ม” เดือด! ย้ำไม่เคยเลิกตลกดัง แฉพฤติกรรมฝ่ายชายเจ้าชู้และชอบหายออกจากบ้าน แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรัง แต่ครั้งนี้รู้สึกกำลังจะถูกทิ้งจริงๆ เลยออกมาเรียกร้องขอเงินก้อนเป็นค่าเลี้ยงดูลูก และให้ตนเปิดร้านทำกิจการ เนื่องจากอยู่กันมา 15 ปีไม่เคยได้อะไรจากอีกฝ่ายเลย บอกถ้าตนได้เงินจะไปแต่งงานใหม่กับใครก็เชิญ แต่ถ้าไม่ได้ขู่ฟ้องร้องแน่
หลังจากที่ตลกชื่อดัง “บอล เชิญยิ้ม” หรือ “ชัชชัย จำเนียรกุล” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมแต่งงานใหม่กับแฟนสาวนอกวงการลูกครึ่งไทย-จีน-ญี่ปุ่น “ยูริ สุกานดา พุทธคุณรักษ์” ที่คบหากันมาร่วม 1 ปี โดยปฏิเสธทิ้งลูกเมียมาหาความสุขใส่ตัวเอง แต่เจ้าตัวกล่าวว่าได้เลิกรากับภรรยาเก่ามานานปีกว่าแล้ว และปัจจุบันยังคงส่งเสียเงินค่าเลี้ยงดูลูก 2 คนเป็นประจำทุกเดือน
จากนั้น “หนู ปานชีวา โพธิ์เกษม” ซึ่งเป็นภรรยาของ “บอล เชิญยิ้ม” ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ทันทีว่า ยังไม่ได้เลิกรากับตลกชื่อดัง ซึ่งโดยปกติสามีมักออกจากบ้าน และหายไปเป็นระยะเวลาหลายเดือน บางครั้งนานเป็นปีอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมา จนลูกๆ เองยังชินกับพฤติกรรมดังกล่าวของพ่อ
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (11 พ.ย.) ภรรยาของหนุ่มบอลยังได้ไปออกรายการ “บอก 9 เล่า 10” ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ที่มี 2 พิธีกรชื่อดังอย่าง “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” และ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมกับมี “นางจุฑาทิพย์ จำเนียรกุล” ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของตลกชื่อดัง และเป็นตัวแทนของฝ่ายชายมาร่วมรายการด้วย โดยพิธีกรได้เริ่มต้นคำถามแรก ถามเมียบอล เชิญยิ้มว่าที่ออกมาพูดเรียกร้องในครั้งนี้ เพราะต้องการทรัพย์สินของฝ่ายชายใช่หรือไม่ เจ้าตัวได้ตอบปฏิเสธ
“ถามว่าต้องการทรัพย์สินของบอลหรือเปล่า มันไม่ใช่ค่ะ ที่ออกมาวันนี้ก็เพื่อความอยู่รอด เพื่อลูก เพื่อศักดิ์ศรีของตัวหนูเอง ศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิง เพราะที่ผ่านมาหนูยอมเขาทุกอย่าง ไม่ว่าเขาจะมีกี่คนๆ หนูยอมเขาทุกอย่าง จนอา(จุฑาทิพย์ จำเนียรกุล)ก็บอกว่าให้ทนนะ เพราะรู้ว่าผัวเราเป็นยังไง เราก็บอกว่ารู้ เราก็ทน พอทนเสร็จเขาก็เป็นแบบนี้ คือหายไปเป็นปีแล้วก็กลับมา พูดท่าโน้นท่านี้เป็นอย่างนี้บ่อยและทุกครั้ง ตัวหนูเองก็รู้ดี คนในหมู่บ้านรู้ดี หนูมีหลักฐานทุกอย่าง”
พิธีกรซักถามอาของตลกหนุ่มถึงความรับผิดชอบ “นางจุฑาทิพย์” ยืนยันว่ามีการส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้ตลอด และไม่คิดทิ้งอีกฝ่ายแน่นอน ด้านสาวหนูบอกค่าเลี้ยงดูที่ฝ่ายชายให้มาเดือนละ 10,000 บาทไม่พอใช้
อา : “ถามว่าจะดูแลยังไง คือบอลเองจะโอนเงินให้อาตลอด แล้วเราก็จะโอนต่อให้เขา เราก็มีหลักฐานคือไม่ทิ้งอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่ทิ้ง เพราะลูกสองคนของเขาก็เป็นลูกบอล วันนี้ก็เอาหลักฐานมา (หันไปถามภรรยาบอล)หนูจำได้ไหมว่าหนูเคยเซ็นไว้ อาถึงบอกว่าไม่อยากให้มาทำ เพราะมันเหมือนเป็นการทำร้ายผู้หญิงเหมือนกัน”
“ทางเราก็จะรับผิดชอบตามที่ได้เซ็นสัญญากันไป อาเองก็บอกตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ไม่อยากให้มีเรื่องสัญญามาเกี่ยวข้องตรงนี้ แต่ถ้าเขาจะฟ้องก็แล้วแต่เขา เราก็เตือนเขาตลอดเวลาว่าหนูไม่ได้จดทะเบียนนะ”

หนู : “คือทุกวันนี้หนูไม่ได้ทำอาชีพอะไร เพราะดูแลลูก เขาให้เดือนละ 15,000 บาท 5,000 เราไม่ได้แตะต้องอยู่แล้ว เพราะเป็นค่าเรียนพิเศษลูก แต่ ณ ตอนนี้เราคนเดียวในบ้านค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน มันไม่พอ แล้วหนูก็เป็นหนี้สินก็เพราะตรงนี้ เพราะต้องมาดูแลลูก หนูมีหนี้อยู่แสนกว่าบาท วันนี้บอลมีรายได้ หนูเลยออกมาเรียกร้องสิทธิ์ตรงนี้ หนูอยู่กับเขามา15 ปี หนูไม่เคยได้อะไรจากเขา ทั้งบ้านทั้งรถก็ไม่ใช่ชื่อหนู”
“ถามว่าจะฟ้องไหม ถ้าหนูไม่ได้อะไรเลยก็จะฟ้อง เพราะอย่างที่บอกอาว่า 1 หมื่นบาทไม่พอกิน อีกอย่างคือหนูไม่มีงานทำ บอลไม่ให้หนูทำงาน ให้เลี้ยงลูกอย่างเดียว อาจะย้ำบอกหนูเสมอว่า ฟ้องไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ อาจะตอกย้ำอยู่เสมอว่าฟ้องไปสิ จะได้อดตายกันทั้งบ้าน ฟ้องไปสิ”
อา : “อาไม่เคยใช้คำพูดอย่างนั้น อาจะบอกหนูว่าถ้าฟ้องมันก็พังกันนะ ถ้าบอลพังคนหนึ่ง ก็พังกันหมด เพราะบอลหากินคนเดียวเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงใครหลายคนที่อยู่เบื้องหลัง อาจะไม่ใช้คำพูดแบบนั้น”
จากนั้น “หนุ่ม กรรชัย” ได้หยิบเอกสารที่ทางหนูและบอล เคยเซ็นตกลงกันไว้ในการเลี้ยงดูบุตรเมื่อปี2549 มาดู และได้ขอให้ทั้งคู่ชี้แจง
หนู : “ปี49 ที่เขาไปก็คือเรื่องผู้หญิง แล้วเขาก็กลับมา ตอนเมื่อปี49 เขาคบอีกคนนะ ไม่ใช่คนที่เขาคบอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นคนลำปางหรือเปล่า ไม่ทราบเหมือนกัน มันเป็นสัญญาของคนเก่า แล้วเขาก็กลับมา สัญญามันก็เป็นโมฆะสิ”
อา : “อาขำเพราะหนูเป็นคนบอกอาเองว่า ตอนนี้หนูฟุ้งซ่าน เพราะหนูไม่มีงานทำ อาพยายามพูดกับหนูตลอดว่าอย่าทำอะไรเลย เพราะมันจะทำลายชีวิตตัวเอง ถึงหนูจะเดือดร้อนแค่ไหนยังไง บอลก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ถึงเลิกกันก็คบกันเป็นเพื่อนก็ได้ คือมันไม่จำเป็นจะต้องทำสัญญาทุกปี เพราะมันก็ถือได้ว่าทำสัญญาตลอดไปอยู่แล้ว”
หนู : “ที่ออกมาก็เพราะว่าครั้งนี้คงจะเสียเขาไปจริงๆ ซึ่งที่เขาบอกว่าเขาแคร์จิตใจลูก แต่ทำไมออกสื่อว่าจะแต่งงาน”
พิธีกร “มดดำ คชาภา” ได้ถามนำ “นางจุฑาทิพย์” ต่อว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษร?
อา : “เรื่องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ทำให้ได้ แต่ตอนนี้บ้านหลังนั้นเราก็ให้เขาอยู่ ต้องให้เป็นผู้อยู่อาศัยไปก่อน บ้านหลังนี้ต้องให้ลูกอยู่นะ ต้องเป็นลูกที่เกิดจากบอลและหนูเท่านั้น”
หนู : “แต่หนูต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรเลย แล้วอาไม่ต้องกลัวเลย หนูไม่มีสันดานที่จะเอาบ้านไปขายหรอก เพราะหนูรู้ว่าอาคิดอะไรอยู่ หนูคงไม่เอาที่ซุกหัวนอนของหนูไปขายหรอก หนูรู้ว่าที่หนูออกมาพูดครั้งนี้ถือว่าเป็นการแตกหัก ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งแค้น หนูยอมทุกอย่าง ยอมจนไม่มีแรงจะต่อสู้ สภาพหนูตอนนี้มันแย่มากใจสลายหมดแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องไป ทุกวันนี้ที่เขาพาผู้หญิงออกรายการ เราก็ทำใจ เพราะคิดว่าเดี๋ยวเขาคงกลับเหมือนที่แล้วๆ มา ที่ผ่านมาหนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะแต่งกับใครหรือเปล่า แต่ก็เคยได้ยินว่าเขาจะไปหมั้นกับผู้หญิง ซึ่งไม่ใช่คนนี้ด้วย”
อา : “คือถ้าหนูจะไม่เอาลูกไว้ก็บอกอา”
หนู : “หนูบอกแล้วว่าลูกหนู หนูไม่ทิ้ง หนูเคยพูดกับพี่สาวด้วยนะว่า ยอมขายตัวเลี้ยงลูก หนูก็ยอมทุกอย่าง หนูถามหน่อยถ้าพ่อของลูกไม่เลี้ยง หนูก็ต้องกัดปากตีนถีบเลี้ยงลูกหนูเอง แต่ถ้าทุกคนแบนงานคุณบอลหมด หนูก็ไม่ได้สะใจ ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น หนูอยากให้ทุกคนมองเขาเป็นคนดี เลี้ยงลูกเมีย ความดีเขายังมีอยู่ หนูกะแค่พูดแค่ตรงนี้ แต่ ณ ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปแล้ว”
พิธีกร “หนุ่ม กรรชัย” ถาม “หนู” ย้ำว่า ทุกวันนี้ต้องการออกมาบอกให้ทุกคนรู้ว่า ยังไม่ได้เลิกกับบอล หรือเลิกแล้วแต่ต้องการเงินในการเลี้ยงดู?
หนู : “ทั้ง 2 อย่างเลย 15 ปีที่อยู่กับเขามาหนูไม่เคยได้อะไรจากเขาสักชิ้นเดียว ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านก็โทรศัพท์มาบอกหนูว่า กูจะขายบ้าน กูจะขายรถ หนูยกมือไหว้เลยบอกบอล....ขอร้องนะ อย่าขายบ้าน ให้ลูกอยู่ ฉันขอ เขาก็บอกว่ามึงไม่ต้องเอาลูกมาอ้าง จนเราก็ให้ลูกชาย โทรคุยกับเขาว่า พ่อ...อย่าขายบ้าน ให้น้องให้แม่อยู่ พ่ออย่าขายนะ”
อา : “หนูจำได้ไหมว่า ที่บอลจะขายบ้าน เพราะหนูโทรมาหาอาบอกว่าจะไม่อยู่แล้ว หนูอายเขา สำนึกความเป็นพ่อคน ถ้าเมียกับลูกจะออกนอกบ้าน ถามหน่อยว่าหนูแค่ออกไปเช่าบ้านอยู่ เขาจะขายบ้านทันทีเลยใช่ไหม ความสำนึกความเป็นพ่อของคน ให้ลูกอยู่ดีกว่า ไม่ว่าจะคิดยังไงก็แล้วแต่ บ้านก็ต้องเป็นของลูก ไม่ใช่จะขายๆ อย่างเดียว”
จากนั้นพิธีกรได้ให้ทั้งคู่เปิดใจถึงจุดจบของเรื่องดังกล่าว โดย “หนู” ยืนยันว่าถ้าตนได้เงินก้อนเพื่อเอามาทำร้าน และค่าเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คนจะไม่ฟ้องร้อง ทั้งยังไม่สนใจฝ่ายชายจะไปแต่งงานกับใครใหม่ก็ช่าง
อา : “อยากให้เรื่องนี้จบยังไง อาก็อยากให้หนูกลับไปคิด เพราะทุกวันนี้อาและบอลยังช่วยเหลือหนูอยู่ ก็ยังถามสารทุกข์สุกดิบ แต่หนูเป็นคนทวงที่จะเอาเงินช่วงนี้ อาไม่ทิ้ง ณ ต่อไปนี้อาก็ไม่ทิ้ง บอลก็จะส่งเสียเหมือนเดิม”
หนู : “ที่หนูขอเงินก้อนไป เพราะหนูจะไปทำร้าน แต่เงินที่เขาส่งให้หนูเดือนละหมื่นทุกเดือน มันไม่พอค่าใช้จ่าย หนูต้องไปยืมคนอื่นเขา แต่เรื่องเงินจะเรียกเท่าไหร่เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที คงไม่ใช่แค่แสนเดียว เพราะเขามีมากกว่าแสน และถ้าหนูได้เงินมา บอลจะไปแต่งงานกับใคร จะแต่งใหญ่โตแค่ไหนหนูก็ไม่สนใจ หนูต้องการแค่เงินและความมั่นคงของลูก เวลาที่หนูเสียไป15 ปี หนูไม่เคยได้อะไรจากเขา และจะไม่ฟ้องร้อง แต่ถ้าไม่ได้หนูก็จะฟ้อง”
หลังจากที่ตลกชื่อดัง “บอล เชิญยิ้ม” หรือ “ชัชชัย จำเนียรกุล” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมแต่งงานใหม่กับแฟนสาวนอกวงการลูกครึ่งไทย-จีน-ญี่ปุ่น “ยูริ สุกานดา พุทธคุณรักษ์” ที่คบหากันมาร่วม 1 ปี โดยปฏิเสธทิ้งลูกเมียมาหาความสุขใส่ตัวเอง แต่เจ้าตัวกล่าวว่าได้เลิกรากับภรรยาเก่ามานานปีกว่าแล้ว และปัจจุบันยังคงส่งเสียเงินค่าเลี้ยงดูลูก 2 คนเป็นประจำทุกเดือน
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (11 พ.ย.) ภรรยาของหนุ่มบอลยังได้ไปออกรายการ “บอก 9 เล่า 10” ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ที่มี 2 พิธีกรชื่อดังอย่าง “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” และ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมกับมี “นางจุฑาทิพย์ จำเนียรกุล” ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของตลกชื่อดัง และเป็นตัวแทนของฝ่ายชายมาร่วมรายการด้วย โดยพิธีกรได้เริ่มต้นคำถามแรก ถามเมียบอล เชิญยิ้มว่าที่ออกมาพูดเรียกร้องในครั้งนี้ เพราะต้องการทรัพย์สินของฝ่ายชายใช่หรือไม่ เจ้าตัวได้ตอบปฏิเสธ
“ถามว่าต้องการทรัพย์สินของบอลหรือเปล่า มันไม่ใช่ค่ะ ที่ออกมาวันนี้ก็เพื่อความอยู่รอด เพื่อลูก เพื่อศักดิ์ศรีของตัวหนูเอง ศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิง เพราะที่ผ่านมาหนูยอมเขาทุกอย่าง ไม่ว่าเขาจะมีกี่คนๆ หนูยอมเขาทุกอย่าง จนอา(จุฑาทิพย์ จำเนียรกุล)ก็บอกว่าให้ทนนะ เพราะรู้ว่าผัวเราเป็นยังไง เราก็บอกว่ารู้ เราก็ทน พอทนเสร็จเขาก็เป็นแบบนี้ คือหายไปเป็นปีแล้วก็กลับมา พูดท่าโน้นท่านี้เป็นอย่างนี้บ่อยและทุกครั้ง ตัวหนูเองก็รู้ดี คนในหมู่บ้านรู้ดี หนูมีหลักฐานทุกอย่าง”
พิธีกรซักถามอาของตลกหนุ่มถึงความรับผิดชอบ “นางจุฑาทิพย์” ยืนยันว่ามีการส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้ตลอด และไม่คิดทิ้งอีกฝ่ายแน่นอน ด้านสาวหนูบอกค่าเลี้ยงดูที่ฝ่ายชายให้มาเดือนละ 10,000 บาทไม่พอใช้
อา : “ถามว่าจะดูแลยังไง คือบอลเองจะโอนเงินให้อาตลอด แล้วเราก็จะโอนต่อให้เขา เราก็มีหลักฐานคือไม่ทิ้งอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่ทิ้ง เพราะลูกสองคนของเขาก็เป็นลูกบอล วันนี้ก็เอาหลักฐานมา (หันไปถามภรรยาบอล)หนูจำได้ไหมว่าหนูเคยเซ็นไว้ อาถึงบอกว่าไม่อยากให้มาทำ เพราะมันเหมือนเป็นการทำร้ายผู้หญิงเหมือนกัน”
“ทางเราก็จะรับผิดชอบตามที่ได้เซ็นสัญญากันไป อาเองก็บอกตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ไม่อยากให้มีเรื่องสัญญามาเกี่ยวข้องตรงนี้ แต่ถ้าเขาจะฟ้องก็แล้วแต่เขา เราก็เตือนเขาตลอดเวลาว่าหนูไม่ได้จดทะเบียนนะ”
หนู : “คือทุกวันนี้หนูไม่ได้ทำอาชีพอะไร เพราะดูแลลูก เขาให้เดือนละ 15,000 บาท 5,000 เราไม่ได้แตะต้องอยู่แล้ว เพราะเป็นค่าเรียนพิเศษลูก แต่ ณ ตอนนี้เราคนเดียวในบ้านค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน มันไม่พอ แล้วหนูก็เป็นหนี้สินก็เพราะตรงนี้ เพราะต้องมาดูแลลูก หนูมีหนี้อยู่แสนกว่าบาท วันนี้บอลมีรายได้ หนูเลยออกมาเรียกร้องสิทธิ์ตรงนี้ หนูอยู่กับเขามา15 ปี หนูไม่เคยได้อะไรจากเขา ทั้งบ้านทั้งรถก็ไม่ใช่ชื่อหนู”
“ถามว่าจะฟ้องไหม ถ้าหนูไม่ได้อะไรเลยก็จะฟ้อง เพราะอย่างที่บอกอาว่า 1 หมื่นบาทไม่พอกิน อีกอย่างคือหนูไม่มีงานทำ บอลไม่ให้หนูทำงาน ให้เลี้ยงลูกอย่างเดียว อาจะย้ำบอกหนูเสมอว่า ฟ้องไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ อาจะตอกย้ำอยู่เสมอว่าฟ้องไปสิ จะได้อดตายกันทั้งบ้าน ฟ้องไปสิ”
อา : “อาไม่เคยใช้คำพูดอย่างนั้น อาจะบอกหนูว่าถ้าฟ้องมันก็พังกันนะ ถ้าบอลพังคนหนึ่ง ก็พังกันหมด เพราะบอลหากินคนเดียวเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงใครหลายคนที่อยู่เบื้องหลัง อาจะไม่ใช้คำพูดแบบนั้น”
จากนั้น “หนุ่ม กรรชัย” ได้หยิบเอกสารที่ทางหนูและบอล เคยเซ็นตกลงกันไว้ในการเลี้ยงดูบุตรเมื่อปี2549 มาดู และได้ขอให้ทั้งคู่ชี้แจง
หนู : “ปี49 ที่เขาไปก็คือเรื่องผู้หญิง แล้วเขาก็กลับมา ตอนเมื่อปี49 เขาคบอีกคนนะ ไม่ใช่คนที่เขาคบอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นคนลำปางหรือเปล่า ไม่ทราบเหมือนกัน มันเป็นสัญญาของคนเก่า แล้วเขาก็กลับมา สัญญามันก็เป็นโมฆะสิ”
อา : “อาขำเพราะหนูเป็นคนบอกอาเองว่า ตอนนี้หนูฟุ้งซ่าน เพราะหนูไม่มีงานทำ อาพยายามพูดกับหนูตลอดว่าอย่าทำอะไรเลย เพราะมันจะทำลายชีวิตตัวเอง ถึงหนูจะเดือดร้อนแค่ไหนยังไง บอลก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ถึงเลิกกันก็คบกันเป็นเพื่อนก็ได้ คือมันไม่จำเป็นจะต้องทำสัญญาทุกปี เพราะมันก็ถือได้ว่าทำสัญญาตลอดไปอยู่แล้ว”
หนู : “ที่ออกมาก็เพราะว่าครั้งนี้คงจะเสียเขาไปจริงๆ ซึ่งที่เขาบอกว่าเขาแคร์จิตใจลูก แต่ทำไมออกสื่อว่าจะแต่งงาน”
พิธีกร “มดดำ คชาภา” ได้ถามนำ “นางจุฑาทิพย์” ต่อว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษร?
อา : “เรื่องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ทำให้ได้ แต่ตอนนี้บ้านหลังนั้นเราก็ให้เขาอยู่ ต้องให้เป็นผู้อยู่อาศัยไปก่อน บ้านหลังนี้ต้องให้ลูกอยู่นะ ต้องเป็นลูกที่เกิดจากบอลและหนูเท่านั้น”
หนู : “แต่หนูต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรเลย แล้วอาไม่ต้องกลัวเลย หนูไม่มีสันดานที่จะเอาบ้านไปขายหรอก เพราะหนูรู้ว่าอาคิดอะไรอยู่ หนูคงไม่เอาที่ซุกหัวนอนของหนูไปขายหรอก หนูรู้ว่าที่หนูออกมาพูดครั้งนี้ถือว่าเป็นการแตกหัก ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งแค้น หนูยอมทุกอย่าง ยอมจนไม่มีแรงจะต่อสู้ สภาพหนูตอนนี้มันแย่มากใจสลายหมดแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องไป ทุกวันนี้ที่เขาพาผู้หญิงออกรายการ เราก็ทำใจ เพราะคิดว่าเดี๋ยวเขาคงกลับเหมือนที่แล้วๆ มา ที่ผ่านมาหนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะแต่งกับใครหรือเปล่า แต่ก็เคยได้ยินว่าเขาจะไปหมั้นกับผู้หญิง ซึ่งไม่ใช่คนนี้ด้วย”
อา : “คือถ้าหนูจะไม่เอาลูกไว้ก็บอกอา”
หนู : “หนูบอกแล้วว่าลูกหนู หนูไม่ทิ้ง หนูเคยพูดกับพี่สาวด้วยนะว่า ยอมขายตัวเลี้ยงลูก หนูก็ยอมทุกอย่าง หนูถามหน่อยถ้าพ่อของลูกไม่เลี้ยง หนูก็ต้องกัดปากตีนถีบเลี้ยงลูกหนูเอง แต่ถ้าทุกคนแบนงานคุณบอลหมด หนูก็ไม่ได้สะใจ ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น หนูอยากให้ทุกคนมองเขาเป็นคนดี เลี้ยงลูกเมีย ความดีเขายังมีอยู่ หนูกะแค่พูดแค่ตรงนี้ แต่ ณ ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปแล้ว”
พิธีกร “หนุ่ม กรรชัย” ถาม “หนู” ย้ำว่า ทุกวันนี้ต้องการออกมาบอกให้ทุกคนรู้ว่า ยังไม่ได้เลิกกับบอล หรือเลิกแล้วแต่ต้องการเงินในการเลี้ยงดู?
หนู : “ทั้ง 2 อย่างเลย 15 ปีที่อยู่กับเขามาหนูไม่เคยได้อะไรจากเขาสักชิ้นเดียว ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านก็โทรศัพท์มาบอกหนูว่า กูจะขายบ้าน กูจะขายรถ หนูยกมือไหว้เลยบอกบอล....ขอร้องนะ อย่าขายบ้าน ให้ลูกอยู่ ฉันขอ เขาก็บอกว่ามึงไม่ต้องเอาลูกมาอ้าง จนเราก็ให้ลูกชาย โทรคุยกับเขาว่า พ่อ...อย่าขายบ้าน ให้น้องให้แม่อยู่ พ่ออย่าขายนะ”
อา : “หนูจำได้ไหมว่า ที่บอลจะขายบ้าน เพราะหนูโทรมาหาอาบอกว่าจะไม่อยู่แล้ว หนูอายเขา สำนึกความเป็นพ่อคน ถ้าเมียกับลูกจะออกนอกบ้าน ถามหน่อยว่าหนูแค่ออกไปเช่าบ้านอยู่ เขาจะขายบ้านทันทีเลยใช่ไหม ความสำนึกความเป็นพ่อของคน ให้ลูกอยู่ดีกว่า ไม่ว่าจะคิดยังไงก็แล้วแต่ บ้านก็ต้องเป็นของลูก ไม่ใช่จะขายๆ อย่างเดียว”
จากนั้นพิธีกรได้ให้ทั้งคู่เปิดใจถึงจุดจบของเรื่องดังกล่าว โดย “หนู” ยืนยันว่าถ้าตนได้เงินก้อนเพื่อเอามาทำร้าน และค่าเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คนจะไม่ฟ้องร้อง ทั้งยังไม่สนใจฝ่ายชายจะไปแต่งงานกับใครใหม่ก็ช่าง
อา : “อยากให้เรื่องนี้จบยังไง อาก็อยากให้หนูกลับไปคิด เพราะทุกวันนี้อาและบอลยังช่วยเหลือหนูอยู่ ก็ยังถามสารทุกข์สุกดิบ แต่หนูเป็นคนทวงที่จะเอาเงินช่วงนี้ อาไม่ทิ้ง ณ ต่อไปนี้อาก็ไม่ทิ้ง บอลก็จะส่งเสียเหมือนเดิม”
หนู : “ที่หนูขอเงินก้อนไป เพราะหนูจะไปทำร้าน แต่เงินที่เขาส่งให้หนูเดือนละหมื่นทุกเดือน มันไม่พอค่าใช้จ่าย หนูต้องไปยืมคนอื่นเขา แต่เรื่องเงินจะเรียกเท่าไหร่เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที คงไม่ใช่แค่แสนเดียว เพราะเขามีมากกว่าแสน และถ้าหนูได้เงินมา บอลจะไปแต่งงานกับใคร จะแต่งใหญ่โตแค่ไหนหนูก็ไม่สนใจ หนูต้องการแค่เงินและความมั่นคงของลูก เวลาที่หนูเสียไป15 ปี หนูไม่เคยได้อะไรจากเขา และจะไม่ฟ้องร้อง แต่ถ้าไม่ได้หนูก็จะฟ้อง”
วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
“บอล เชิญยิ้ม” เผยเตียงหักปีกว่าแล้ว ปัดทิ้งลูกเมียหนีแต่งลูกครึ่งญี่ปุ่น
“บอล เชิญยิ้ม” เครียดหลังมีข่าวหลุดทิ้งเมียและลูก เพื่อหนีไปแต่งงานกับลูกครึ่งญี่ปุ่นชื่อ "ยูริ" แจงเตียงหักแยกทางกับภรรยาเก่ามาปีกว่าแล้ว พร้อมยันยังส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูก 2 คน บอกที่ไม่เป็นข่าวเพราะสงสารลูก ถอนหายใจยังไม่บอกลูกจะแต่งงานใหม่ เชื่อสักวันจะเข้าใจ ส่วนแพลนแต่งแฟนใหม่ยังไม่กำหนด ลั่นไม่ใช่ต้นปีหน้าแน่นอน
ขำไม่ออกเลยทีเดียว สำหรับตลกชื่อดัง “บอล เชิญยิ้ม” หรือ “ชัชชัย จำเนียรกุล” ที่อยู่ๆ ก็มีข่าวเมาท์ว่าเจ้าตัวทิ้งลูกและภรรยา เพื่อหนีมาแต่งงานกับสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น ทั้งนี้เมื่อมีโอกาสได้เจอเจ้าตัวขณะมาเป็นพิธีกรรายการ "จันทร์พันดาว" ที่สตูดิโอเจเอสแอล ลาดพร้าว 107 หนุ่มบอลถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกสื่อถามถึงประเด็นดังกล่าว ก่อนตัดพ้อในทำนองน้อยใจ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นมาสนใจเรื่องส่วนตัวของตน
“จริงๆ คือผมมีภรรยาอยู่แล้ว แต่เราก็แยกกับครอบครัว แล้วผมแยกทางกันก่อนที่จะมาคบกับคนนี้ครับ ก็แยกกันนานปีกว่าแล้ว สาเหตุที่เลิกรากันไปก็เป็นเหตุผลของคนสองคน คุยกันทะเลาะกัน พูดคุยไม่เข้าใจ ผมก็กินอยู่กับเขาไม่ถึง 15 ปี ประมาณ 12 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คบแล้วแยกกันไป แล้วก็กลับมาคบกันอีกเพราะอยู่เพื่อลูก ผมพูดเรื่องจริงเลยนะไม่ได้ตอแหลพูดเลย แต่พอมาอยู่ก็ทะเลาะกันอีกมันไม่ไหวจริงๆ”
“แล้วผมอยากจะบอกว่านักข่าวไม่เคยมีใครมาถาม ไม่เคยมีใครมาให้ความสำคัญกับเรื่องผม ผมก็คิดว่าเป็นตลกคนหนึ่งที่นักข่าวไม่ได้ให้ความสนใจ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วผมเองก็ไม่ได้จำเป็นต้องไปบอกด้วยว่า ผมแยกทางกับครอบครัวแล้วนะ มันดูทุเรศไป ไอ้เรื่องเจ้าชู้ ถามว่าผมเจ้าชู้ไหม เมื่อก่อนผมก็เจ้าชู้นะ แต่ทุกวันนี้ไม่มี”
“ถามว่าลูกผม 2 คน ผมรับผิดชอบไหม ผมรับผิดชอบครับแน่นอน เราไม่ได้ทิ้งเพราะเขาเป็นลูกของเรา ผมมีรายรับรายจ่ายให้ลูกตลอด ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ เขาก็โตกันแล้ว ลูกผู้ชายคนโตอายุ 13 แล้วอยู่ม.1ส่วนอีกคนผู้หญิงครับอายุ 9 ขวบอยู่ ป.5 ที่ผมไม่อยากเป็นข่าวเพราะผมสงสารลูกแค่นั้นเอง สงสารใจเด็ก นี่ผมพูดเรื่องจริงนะไม่คิดว่าสื่อจะให้ความสนใจผม”
โต้คบซ้อนอดีตภรรยาและแฟนใหม่ บอกที่เห็นตนและเมียเก่าพร้อมลูกๆ ไปออกรายการหนึ่ง เพราะทีมงานรายการร้องขอ
“แต่ที่เห็นว่าผมกับครอบครัวเพิ่งไปออกรายการมา ก็เพราะว่าทีมงานขอให้ไปออกให้หน่อยได้ไหม เราก็โอเคว่าจะไปออกรายการให้ เพื่อเอาเงินให้ลูก ผมไม่ได้คบซ้อนอยู่แล้ว ผมไม่ได้ปิดบัง เราไม่แอ๊บไม่อะไรก็พูดเลยว่า ผมมีแฟนใหม่จริงครับ”
เผยแฟนใหม่ชื่อ “ยูริ สุกานดา พุทธคุณรักษ์” เป็นลูกครึ่งไทย-จีน-ญี่ปุ่น แย้มคุยกันถูกคอเลยคิดแต่งงานกัน แต่คงไม่ใช่ปีหน้า
“คือผมไปเจอเขาที่งานแห่งหนึ่ง อายุก็ไล่เลี่ยกับผมแหละ ถามว่าเขาถูกสเปคผมตรงไหน อืม ก็คุยกันแล้วรู้สึกดี เขาเข้าใจความเป็นเราว่าผมเป็นยังไง เขาเองก็ไม่ใช่เป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ นะ แค่มีเชื้อ แล้วก็มีเชื้อจีนด้วย คือเราแค่คุยกันก็คุยตามประสา ผมก็แยกทางกับครอบครัวมาแล้วก็มาเจอกัน”
“เรื่องวันแต่งยังไม่ได้กำหนดวันครับ คือคนสองคนก็คุยกัน เหมือนผมมีแฟนแล้วก็พูดคุยกันถึงเรื่องแต่งงานเฉยๆ เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจว่า ผมเคยมีครอบครัวมาแล้ว ผมก็บอกความจริงว่าผมเคยมีครอบครัวมา แต่ผมไม่อยากเป็นข่าว ไม่ชอบการเป็นข่าว แต่อนาคตมันก็คงต้องแต่งอยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่ต้นปีหน้า เงินผมยังมีไม่ถึง 4500 (หัวเราะ) ยังทำงานอยู่เลย เราเองก็เป็นตลกต้องทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ ยืนยันครับว่าคงไม่แต่งแบบสายฟ้าแลบ”
ปัดเรือนหออยู่แถวรามคำแหง บอกเป็นที่ซุกหัวนอนของตน เนื่องจากบ้านหลังเก่ายกให้อดีตภรรยาและลูก แอบถอนหายใจที่ลูกๆ ยังไม่ทราบเรื่องตนจะแต่งงานใหม่ เชื่อสักวันจะเข้าใจ
“ส่วนที่บอกว่ามีเรือนหออยู่แถวรามคำแหง คือบอกว่าที่นั่นเป็นที่ซุกหัวนอนผมจะดีกว่า หลังเก่าแถวนิมิตรใหม่ผมให้เขา ให้ลูกได้อยู่ เราก็ออกมา ทีแรกก็ว่าจะขายแต่เขาขอไว้ให้ลูกอยู่ ผมก็ให้”
“ภรรยาเก่าทราบเรื่องแฟนใหม่ไหม ก็คงทราบมั้ง ผมไม่ค่อยได้คุยกัน เวลาโอนเงินอาผมจะโอนให้ แล้วผมก็จะคุยกับลูก เราเองไม่คุยกันอยู่แล้ว ลูกผมก็ไม่ทราบนะว่าผมจะแต่ง (ถอนหายใจ)สักวันแกคงเข้าใจเรา ก็คงค่อยๆ บอก ค่อยๆ คุย ผมว่าหลังจากนี้คงรู้แล้วล่ะ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไงแค่นั้นเอง จะโทรบอกไหม ก็คงคุยกับเขาแหละ แต่คิดว่าคงอีกสักพัก เพราะผมกับแฟนแค่คุยๆ เรื่องนี้กันอยู่เท่านั้นเอง”
ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการ
“จริงๆ คือผมมีภรรยาอยู่แล้ว แต่เราก็แยกกับครอบครัว แล้วผมแยกทางกันก่อนที่จะมาคบกับคนนี้ครับ ก็แยกกันนานปีกว่าแล้ว สาเหตุที่เลิกรากันไปก็เป็นเหตุผลของคนสองคน คุยกันทะเลาะกัน พูดคุยไม่เข้าใจ ผมก็กินอยู่กับเขาไม่ถึง 15 ปี ประมาณ 12 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คบแล้วแยกกันไป แล้วก็กลับมาคบกันอีกเพราะอยู่เพื่อลูก ผมพูดเรื่องจริงเลยนะไม่ได้ตอแหลพูดเลย แต่พอมาอยู่ก็ทะเลาะกันอีกมันไม่ไหวจริงๆ”
“แล้วผมอยากจะบอกว่านักข่าวไม่เคยมีใครมาถาม ไม่เคยมีใครมาให้ความสำคัญกับเรื่องผม ผมก็คิดว่าเป็นตลกคนหนึ่งที่นักข่าวไม่ได้ให้ความสนใจ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วผมเองก็ไม่ได้จำเป็นต้องไปบอกด้วยว่า ผมแยกทางกับครอบครัวแล้วนะ มันดูทุเรศไป ไอ้เรื่องเจ้าชู้ ถามว่าผมเจ้าชู้ไหม เมื่อก่อนผมก็เจ้าชู้นะ แต่ทุกวันนี้ไม่มี”
“ถามว่าลูกผม 2 คน ผมรับผิดชอบไหม ผมรับผิดชอบครับแน่นอน เราไม่ได้ทิ้งเพราะเขาเป็นลูกของเรา ผมมีรายรับรายจ่ายให้ลูกตลอด ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ เขาก็โตกันแล้ว ลูกผู้ชายคนโตอายุ 13 แล้วอยู่ม.1ส่วนอีกคนผู้หญิงครับอายุ 9 ขวบอยู่ ป.5 ที่ผมไม่อยากเป็นข่าวเพราะผมสงสารลูกแค่นั้นเอง สงสารใจเด็ก นี่ผมพูดเรื่องจริงนะไม่คิดว่าสื่อจะให้ความสนใจผม”
โต้คบซ้อนอดีตภรรยาและแฟนใหม่ บอกที่เห็นตนและเมียเก่าพร้อมลูกๆ ไปออกรายการหนึ่ง เพราะทีมงานรายการร้องขอ
“แต่ที่เห็นว่าผมกับครอบครัวเพิ่งไปออกรายการมา ก็เพราะว่าทีมงานขอให้ไปออกให้หน่อยได้ไหม เราก็โอเคว่าจะไปออกรายการให้ เพื่อเอาเงินให้ลูก ผมไม่ได้คบซ้อนอยู่แล้ว ผมไม่ได้ปิดบัง เราไม่แอ๊บไม่อะไรก็พูดเลยว่า ผมมีแฟนใหม่จริงครับ”
เผยแฟนใหม่ชื่อ “ยูริ สุกานดา พุทธคุณรักษ์” เป็นลูกครึ่งไทย-จีน-ญี่ปุ่น แย้มคุยกันถูกคอเลยคิดแต่งงานกัน แต่คงไม่ใช่ปีหน้า
“คือผมไปเจอเขาที่งานแห่งหนึ่ง อายุก็ไล่เลี่ยกับผมแหละ ถามว่าเขาถูกสเปคผมตรงไหน อืม ก็คุยกันแล้วรู้สึกดี เขาเข้าใจความเป็นเราว่าผมเป็นยังไง เขาเองก็ไม่ใช่เป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ นะ แค่มีเชื้อ แล้วก็มีเชื้อจีนด้วย คือเราแค่คุยกันก็คุยตามประสา ผมก็แยกทางกับครอบครัวมาแล้วก็มาเจอกัน”
“เรื่องวันแต่งยังไม่ได้กำหนดวันครับ คือคนสองคนก็คุยกัน เหมือนผมมีแฟนแล้วก็พูดคุยกันถึงเรื่องแต่งงานเฉยๆ เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจว่า ผมเคยมีครอบครัวมาแล้ว ผมก็บอกความจริงว่าผมเคยมีครอบครัวมา แต่ผมไม่อยากเป็นข่าว ไม่ชอบการเป็นข่าว แต่อนาคตมันก็คงต้องแต่งอยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่ต้นปีหน้า เงินผมยังมีไม่ถึง 4500 (หัวเราะ) ยังทำงานอยู่เลย เราเองก็เป็นตลกต้องทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ ยืนยันครับว่าคงไม่แต่งแบบสายฟ้าแลบ”
ปัดเรือนหออยู่แถวรามคำแหง บอกเป็นที่ซุกหัวนอนของตน เนื่องจากบ้านหลังเก่ายกให้อดีตภรรยาและลูก แอบถอนหายใจที่ลูกๆ ยังไม่ทราบเรื่องตนจะแต่งงานใหม่ เชื่อสักวันจะเข้าใจ
“ส่วนที่บอกว่ามีเรือนหออยู่แถวรามคำแหง คือบอกว่าที่นั่นเป็นที่ซุกหัวนอนผมจะดีกว่า หลังเก่าแถวนิมิตรใหม่ผมให้เขา ให้ลูกได้อยู่ เราก็ออกมา ทีแรกก็ว่าจะขายแต่เขาขอไว้ให้ลูกอยู่ ผมก็ให้”
“ภรรยาเก่าทราบเรื่องแฟนใหม่ไหม ก็คงทราบมั้ง ผมไม่ค่อยได้คุยกัน เวลาโอนเงินอาผมจะโอนให้ แล้วผมก็จะคุยกับลูก เราเองไม่คุยกันอยู่แล้ว ลูกผมก็ไม่ทราบนะว่าผมจะแต่ง (ถอนหายใจ)สักวันแกคงเข้าใจเรา ก็คงค่อยๆ บอก ค่อยๆ คุย ผมว่าหลังจากนี้คงรู้แล้วล่ะ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไงแค่นั้นเอง จะโทรบอกไหม ก็คงคุยกับเขาแหละ แต่คิดว่าคงอีกสักพัก เพราะผมกับแฟนแค่คุยๆ เรื่องนี้กันอยู่เท่านั้นเอง”
ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)