แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอมมี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอมมี่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

“ซี ศิวัฒน์” โกรธขึ้นกู คนปล่อยข่าวแอบคั่ว “กระแต อาร์สยาม” 2 ปี ยันไม่เคยเกินเลยฝ่ายหญิง

“ซี” โกรธขึ้นกู คนปล่อยข่าวนอกใจ “เอมี่” แอบคั่ว “กระแต อาร์สยาม” นาน 2 ปี ท้าถ่ายรูปมายัน ไม่เถียงตามไปดูกระแตเล่นคอนเสิร์ตแต่ไม่ได้เฝ้า ส่วนที่คนเห็นไปปาร์ตี้สระน้ำด้วยกัน แค่บังเอิญเจอ ย้อนเดือดกรณีนักร้องสาวไปใส่บาตรตอนตนบวชเป็นพระ มันผิดตรงไหน บอกมีหลายคนไปบ่อยกว่าอีกฝ่ายแปลว่าคนนั้นต้องเป็นเมียตนด้วยล่ะสิ ยันไม่เคยเกินเลยฝ่ายหญิง เผยข่าวดังกล่าวทำทะเลาะเอมี่ ตอนนี้เคลียร์แล้ว ประกาศแต่งปีหน้า



หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่า พระเอกหนุ่ม “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” แอบนอกใจแฟนสาว “เอมี่ กลิ่นประทุม” ไปคั่วนักร้องลูกทุ่ง “กระแต นิภาพร แปงอ้วน” หรือ “กระแต อาร์สยาม” มานานกว่า 2 ปี ถึงขั้นตามไปเฝ้าถึงคอนเสิร์ต หนำซ้ำนักร้องสาวยังดอดไปใส่บาตรตอนที่หนุ่มซียังบวชเป็นพระอยู่ ทั้งที่ฝ่ายชายเองก็ยังคบกับเอมี่อยู่ รวมถึงประเด็นที่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำให้สองสาวซัดกันผ่านอินสตาแกรม หลังจากปล่อยเรื่องราวบานปลายมาสักใหญ่ ล่าสุดพระเอกหนุ่มซีทนกระแสโจมตีที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว งานนี้เลยจัดตั้งโต๊ะแถลงข่าวระหว่างเดินทางมาอัดรายการ “จันทร์พันดาว โจ๊ะพรึมพรึม” ที่สตูดิโอ เจเอสแอล ลาดพร้าว 107 โดยเจ้าตัวขอเคลียร์ตัวเองว่า

“ก็ไม่มีอะไรครับ ขอเคลียร์เรื่องนี้ก่อนเลย เมื่อกี้มีคนถามว่าทำไมถึงเพิ่งจะออกมาแถลง คือตั้งแต่แรกเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะออกมาแถลงอะไร ก็อยู่ในวงการมาตั้งนาน อย่างมีข่าวกับสาวๆ เนี่ยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ครั้งแรกที่ได้ยินรู้สึกว่าถ้าจำไม่ผิดผมอยู่ที่หัวหิน กำลังซ้อมละครเวทีอยู่ แล้วมีพี่นักข่าวโทร.มาถามถึงเรื่องข่าวกระแตขึ้นมา ผมก็งงและบอกว่าไม่ได้มีอะไรครับ พร้อมกับบอกว่าถ้าได้มีโอกาสเจอจะอธิบายให้ฟัง”

“ต่อมาก็มีนักข่าวมาถามเรื่องนี้อีก ผมก็ได้ปฏิเสธไปเพราะมันไม่ได้มีอะไรจริงๆ เลยไม่ได้คิดว่าจะมีแถลงข่าวอะไร เดี๋ยวไปออกงานอีเวนต์ก็คงจะได้เจอพี่ๆ นักข่าวแล้วพูดทีเดียว ก็กลายเป็นว่างานที่ตกลงไว้ก็ไม่ได้ไป เลยทำให้เป็นกระแสอีกว่าผมหนีพี่ๆ นักข่าวอีก จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่าไม่ได้หนี คืออยากจะเคลียร์อยู่แล้วพร้อมคุณเอมี่ด้วย ไม่อยากออกมาพูดคนเดียว เหตุที่ไม่ออกมาสักทีเพราะว่ารอให้มีงานตรงกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าได้ตามนะครับ ผมมักจะได้ทำงานต่างจังหวัดซะส่วนใหญ่”

“เพราะฉะนั้นไม่ได้มีเจตนาจะหนีพี่ๆ นักข่าวหรือเบี่ยงเบนประเด็นอะไรเลย ผมก็รองานมาเรื่อยๆ และพี่ที่จัดงานเขาบอกว่าเดี๋ยวจะมีงานวันที่ 19 นี้ ซึ่งกระแสในอินเทอร์เน็ตมันแรงมาก ก่อนที่ผมจะโพสต์อินสตาแกรมวันนั้น คุณเอมี่ได้เอาข่าวจากกระทู้ในอินเทอร์เน็ตมาให้ผมดู ด่ากันรุนแรงมากซะจนผมรู้สึกว่ามันรอไม่ได้แล้ว ผมเลยต้องออกมาโพสต์อินสตาแกรม”

“แล้วหลังจากนั้นก็ยังไม่จบอีก ทำให้ผมรอวันที่ 19 ไม่ได้แล้ว ก็ควรออกมาให้สัมภาษณ์พี่ๆ นักข่าวทุกคน แต่วันนี้ถ้าถามจากใจ ผมไม่ได้อยากออกมาให้สัมภาษณ์ เพราะว่าผมอยากจะให้สัมภาษณ์พร้อมกันกับเอมี่ด้วย ออกมาคนเดียวมันเหมือนกับแก้ตัว เพราะระยะเวลามันก็นานมาขนาดนี้แล้ว แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวผมคนเดียว มันเกิดขึ้นกับครอบครัวของเอมี่ด้วย และที่สำคัญเกิดขึ้นกับน้องกระแตด้วย ในฐานะที่เราเป็นผู้ชายก็ควรจะออกมาแถลงข่าว ผมเคลียร์เลยว่าผมไม่ได้มีเจตนาจะให้เรื่องราวมันเลยเถิดขนาดนี้”

ยอมรับสนิทกับ “กระแต” มา 2 ปีแล้ว “ซึ่งที่เรารู้จักกันน่าจะประมาณ 2 ปีนะครับ แต่ครั้งนั้นไม่ได้สนิทกันเลย เพิ่งมาสนิทช่วงหลังๆ ตอนขึ้น 7 สีคอนเสิร์ต คือเราทำงานด้วยกันหลายครั้งพอสมควรครับ ได้มีโอกาสไปเจอน้องกระแตและกระต่ายด้วย ยังชื่นชมน้องเขาว่าเอ็นเตอร์เทนเก่ง เราเจอกันหลายครั้ง จริงๆ ไม่ได้มีกระแสอะไรเลยจนมีอินสตาแกรมเกิดขึ้น เหมือนพี่ๆ นักข่าวสงสัยกันว่าอินสตาแกรมของทั้งคู่ว่ามันอะไรกันแน่ แต่ว่ามันมีคนๆ หนึ่งมาโพสต์ในอินสตาแกรมผม ว่าเห็นซีไปดูคอนเสิร์ตกระแตที่อินซอมเนียพัทยาไปหลังเวทีด้วย รู้จักกันเหรออะไรสักอย่าง ซึ่งผมเห็นแล้ว ผมอยากจะบอกว่าถ้าผมไปเฝ้ากระแตจริง ผมไม่ได้ชี้นำนะ ผมจะบ้าปัญญาอ่อนเดินเข้าไปในร้านเพื่อ ผมไปนั่งในรถดีกว่าไหม ผมไม่ได้โด่งดังอะไร แต่ว่าวันนั้นผมไปคนเห็นผมหมด ไปดูตารางได้เลยว่าผมถ่ายละครอยู่ที่พัทยาหรือไม่”

“แล้ววันนั้นผมต้องไปขึ้น 7 สีคอนเสิร์ต ซี ซิวัฒน์ จัดเต็ม ผมไม่มีเวลาซ้อม ผมต้องเลือกศิลปินมาร่วมงานเอง ผมก็คุยกับเอมี่พอดี ว่ากระแตเล่นอยู่ที่นั้น ผมก็โทร.ไปบอก แต่จริงๆ ผมเลือกศิลปินอยู่หลายท่าน ผมก็เลยเลือกคนที่ผมเคยร่วมงานมาก่อน ก็มีพี่ยิ่งยง ยอดบัวงาม พี่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ และพี่เอกชัย ศรีวิชัย แต่พี่เอกชัยไม่ว่าง จึงขาดคน ผมเลยเลือกคนที่ร้องเพลงและเอ็นเตอร์เทนคนได้ด้วย แน่นอนหนึ่งนั้นก็คือกระแต-กระต่าย”

“เอมี่ก็รับทราบดีครับ นี่ก็เป็นประเด็นอย่างหนึ่งว่าผมมีการบอกเอมี่หรือไม่ เพราะการมาพูดคนเดียวก็เหมือนแก้ตัว จริงๆ ผมมีเบอร์ทั้งคุณแม่กระแต เบอร์น้องแล้วก็เบอร์กระต่าย แต่เวลาคุยผมมักจะโทร.หาแม่มากกว่าน้องด้วยซ้ำ วันนี้ถามได้เลยผมยังถ่ายรูปกับพนักงานในร้าน ถ่ายรูปกับคนในร้านด้วยซ้ำ แล้วทำไมต้องไปคอมเมนต์แบบนั้น บอกว่าไปเฝ้าแอบคุยกันสองต่อสอง ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ถ่ายรูปมาให้กูดูหน่อยเถอะ โกรธๆ ไม่ได้โกรธหรอก แต่ผมมองในมุมที่ว่าเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น ผมจำเป็นต้องเล่าเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ”

ส่วนประเด็นตามไปหา “กระแต” ถึงที่บ้านนั้น เจ้าตัวเคลียร์ว่า
“แล้วทำไมครับ ก็ไอ้เขาคนนี้คือใคร ผมไม่ได้ไปครับ ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาพูดแบบนี้ ผมอยากจะถามว่ารู้ได้ไง เห็นได้ไง เห็นก็ถ่ายรูปมาดิจะได้จบ คือถ้าพูดกันจริงๆ คือเรื่องมันไม่มีอะไรเลย แค่คนๆ เดียวออกมาพูด พูดให้ดีก็ดี ถ้าพูดให้ไม่ดีก็ไม่ดี ถ้าเกิดคุณจะมาพูดว่านั่งคุยสองต่อสองก็ไม่แปลก วันนั้นไม่ได้ไปนั่งเฝ้าครับ”

ย้อนกรณี “กระแต” ไปใส่บาตรทุกวันตอนตนบวชเป็นพระมันผิดตรงไหน
“แล้วทำไมทุกคนก็ไปตักบาตร แล้วมันผิดตรงไหน บอกว่าไปตักบาตรทุกวันรู้ได้ไงว่าไปตักบาตรทุกวัน แต่ว่าไปนะครับ แต่ว่าไม่ได้ไปทุกวัน เพราะฉะนั้นแล้ว มันมีหลายคนที่ไปตักบาตรผมมากกว่าเขาอีก แปลว่าคนนั้นที่ไปตักบาตรมากกว่าเขาคนนั้นก็ต้องเป็นเมียผมด้วยสิ ผมว่าไอ้เรื่องของการทำบุญเนี่ย แล้วแต่ว่าใครจะคิด”

อ้างไปปาร์ตี้สระน้ำกับสาว “กระแต” บังเอิญเจอ แต่ไม่ได้ไปต่อด้วยกัน
“อันนั้นเป็นปาร์ตี้เพื่อนผมเองครับ คนไปผูกเรื่อง ผมไม่อยากพูดไม่อยากแก้ แต่ว่าไม่ได้ไปด้วยกัน แต่ว่าได้เจอน้องจริงๆ แต่ไม่ได้ไปปาร์ตี้กันต่อครับ ไม่จริงเลยต่างคนต่างกลับครับ”

เผยมีโทร.ไปเคลียร์กับ “กระแต” ตั้งแต่มีข่าวช่วงแรกๆ
“โทร.ไปตั้งแต่มีข่าวในช่วงแรกๆ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุย เพราะมันไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ เวลาผมมีข่าวกับผู้หญิงที่เป็นสาวๆ ผมก็พูดให้ฟังแบบชิลล์ๆ แต่วันนี้ไม่ได้แล้วเพราะว่าด้วยคอมเมนต์ที่อ่าน พอโทรน้องก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะตอนนั้นข่าวยังไม่ได้รุนแรงถึงขนาดนี้ ก็ถามว่าแม่ซีเรียสไหม ก็ฝากขอโทษแม่ด้วยนะ ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร เราสนิทกัน ก็ไม่เป็นไร ผมกลัวอย่างเดียวว่าถ้าใครที่จะมาร่วมงานกับผมต่อไปต้องมานั่งเกร็งลำบากไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกัน กลัวจะมีปัญหาหรือเปล่า แต่ตอนนี้ไม่ได้คุยกับน้องเลยครับ เพื่อความสบายใจของคุณเอมี่ด้วย”

“และถ้าถามว่าผมไม่ได้ติดต่อไปน้องมีติดต่อมาไหม ก็ไม่เลยครับ เขาก็คงเกรงใจ แต่ไม่มีปัญหาอะไรครับ ถ้าพูดถึงฝั่งครอบครัว ก็กราบขอโทษครอบครัวของเอมี่ด้วย ถ้าเกิดทำให้ไม่สบายใจ รวมทั้งครอบครัวของน้องกระแตด้วย ถ้าหลังจากนี้มีคอมเมนต์อะไรหรือว่าอะไรที่ยังไม่เคลียร์ก็มาถามผมได้ ผมก็ไม่รู้ว่าทำยังไง ก็มาว่าผมได้คนเดียว ผมก็เป็นผู้ชาย ฝั่งโน้นก็เป็นผู้หญิง ความรู้สึกของเอมี่และครอบครัวเขาที่มีความเชื่อมั่นในความรักของผม อีกฝั่งหนึ่งคือน้องกระแตที่เขาทำงานของเขา และวันหนึ่งมาร่วมงานกับผมปุ๊บก็มีปัญหาเสียจนคนทั้งประเทศไปตัดสินเขาขนาดนั้น ผมว่ามันไม่แฟร์แค่นั้นเอง”

พอมีข่าวเกิดขึ้น “เอมี่” หวั่นไหวและทะเลาะกัน

“คือเราไม่เคยมีปัญหากันเลยนะ จนกระทั่งว่ามีคอมเมนต์ออกมาไปดูหนังช็อปปิ้งอะไรกันออกมาอีก ผมจึงต้องออกมาพูด จากที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความรักกันเลย จนมีกระแสเยอะเป็นใครก็รู้สึกมันเลยเป็นที่มาที่ไปของการโพสต์อินสตาแกรม ขอบคุณผู้หวังดีทั้งหลายด้วยที่ไปบอกอะไรทั้งๆ ที่ผมอยากจะรู้ว่าเห็นกับตาหรือเปล่า แล้วไอ้ที่บอกเขาๆ ช่วยบอกผมหน่อยเถอะใคร เขาบอกมาเขานี่ใคร ช่วยพามาหน่อย วันหลังเห็นอย่าเห็นอย่างเดียว ถ่ายรูปมาให้กูดูด้วย”

“ซึ่งเอมี่มีการหวั่นไหวกับข่าวแน่นอนสิครับ เราก็มีทะเลาะกันครับ มีครับแต่ไม่ได้รุนแรง ก็มีการคุยการเคลียร์กัน เพราะผมอ่านคอมเมนต์แล้ว ผมมีความรู้สึกว่ามันเศร้าใจ เคลียร์กับเอมี่เรียบร้อยแล้วครับไม่มีอะไรเลย เอมี่เข้าใจแล้วครับ ผมยืนยันเลยครับว่ายังรักกันดีเหมือนเดิม ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เอมี่เขาก็พารานอยด์บ้าง เพราะว่าคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมด”

“เรื่องการโพสต์อินสตาแกรมในรูปมันเหมาะไม่เหมาะ มันขึ้นอยู่กับความคิดของคุณเท่านั้นเอง ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็นได้ ตราบใดที่นิ้วมือไม่เท่ากัน ความคิดของคนก็แตกต่างกัน แต่จะพูดอะไรออกไปเราต้องรับผิดชอบคำพูดของเรา อย่าลืมว่าถ้าบอกว่าทำไมถึงปล่อยให้เรื่องบานปลายขนาดนี้ ก็เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขาไง เขาจึงสามารถพูดอะไรก็ได้ อย่าลืมว่าคุณกำลังเล่นกับความรู้สึกคนอยู่ เราไม่ใช่เครื่องจักร เรามีความรู้สึก ความจริงเป็นยังไงมีผม มีเอมี่ มีกระแตเท่านั้นที่รู้”

บอกไม่จำเป็นที่สองสาวจะต้องเคลียร์กัน ไม่เชื่อซัดกันผ่านอินสตาแกรมมาแล้ว
“ลองถามเขาดูครับว่าเขามีการเคลียร์กันหรือยัง แต่ผมว่ามันไม่มีอะไรต้องเคลียร์ เพราะว่าผมได้คุยกับเอมี่แล้วเขาก็เข้าใจว่าไม่มีอะไร ไม่เคลียร์กันครับ เพราะไม่มีอะไรต้องเคลียร์ เพราะหลังจากมีข่าวผมก็เคลียร์ไปแล้ว ถ้าจะเคลียร์ผมต้องเคลียร์กับเอมี่มากกว่า”

“แล้วในเรื่องของอินสตาแกรมผมต้องถามกลับไปว่า มั่นใจขนาดไหนว่าทั้งคู่พูดถึงกันและกัน เพราะว่าผมไม่อยากจะชี้นำ คือถ้าไปตามดูอินสตาแกรมน้องจริงๆ น้องเป็นคนที่ทำบุญทำทานมานานแล้ว แต่มีหลายคนที่พูดว่าจะทำบุญสร้างภาพทำไม ถ้าเราเป็นคนทำบุญจริงๆ มีคนมาพูดแบบนี้จะรู้สึกยังไง ถ้าดูจริงๆ ในเรื่องของอุปสรรคที่เอมี่ขึ้น มันเป็นหลังจากที่เราเคลียร์กันแล้ว เอมี่เขาเลยขึ้นแบบนั้น คนคบกันก็มีอุปสรรคเป็นธรรมดา เขาเข้าใจกันผิด”

อึกอักประเด็นคนมอง “กระแต” ชอบตนจริงๆ
“หน้าตาดีมากเลย ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเคลียร์เลยว่ามันไม่มีอะไรในทำนองแบบนั้นแน่นอนครับ อีกเรื่องหนึ่งไอ้ที่ส่งว่าอยากกอดที่รักอะไรในไลน์ รู้ได้ไงวะ เห็นแล้วเอาออกมา วันนี้บอกเลยนะครับว่าผมกับเอมี่ยังรักกันอยู่ และได้เคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ผมเคลียร์ไปหมดแล้ว แต่เอมี่กับน้องคงไม่ได้ต้องมีอะไรเคลียร์กัน ผมทำงานของผม น้องก็ทำงานของน้องต่างคนต่างทำงาน ถ้าวันหนึ่งกลับมาร่วมงานได้ไหม ได้ครับเพราะผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน หลังจากนี้ก็คงต้องระวังมากขึ้นว่าจะเป็นยังไง”

ย้ำความสัมพันธ์กับ “กระแต” ไม่มีในเชิงชู้สาว
“เป็นแค่พี่น้องครับ ไม่มีทางชู้สาวครับ ผมยืนยันตรงนี้เลยว่าผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลย ผมรู้ลิมิตของผมว่าผมทำอะไร แล้วสำหรับน้องกระแตผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าที่ผมพูดเลยครับ (เคยไปไหนมาไหนด้วยกันไหม?) สองต่อสองไม่เคยครับ ไม่เคยเลย ไปเต้นไปซ้อมเต้นเป็นกลุ่มไปครับ”

ยันไม่มีผลกระทบต่องานแต่งงาน
“ไม่มีครับ แต่ว่าไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ เป็นปีหน้าครับ ไม่มีครับเพราะเคลียร์เรียบร้อยแล้ว”

พร้อมฝากถึงแฟนคลับของทั้งสองฝ่ายที่ต่อว่ากันแรง
“ก็อยากจะบอกว่า ถ้าอยากจะพูดถึงใคร จะตัดสินอะไรใคร จะต้องมั่นใจก่อนว่า เรื่องที่เรารู้มาหรือเห็นกับตามันจะต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าคุณฟังคนอื่นหรือว่าได้แค่ข่าวมา คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอันไหนจริง อันไหนไม่จริง แต่กลับมาตัดสินคนอื่น หรือว่าใครบางคนที่เขามีความคิดเห็นแตกต่างกับเรา ก็มาสาดความรู้สึกใส่กัน ผมว่าควรใจเย็นๆ กันนะครับ ถ้าเรามองโลกในแง่ดีและไม่ได้เป็นแบบนั้น อย่างที่ผมอธิบายไป มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างที่เป็นข่าวเลยด้วยซ้ำ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ชาวเน็ตสวดยับ Fingering วุ่นรักพักนิ้ว

เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากในโลกออนไลน์สำหรับ ภาพยนตร์แนว Queer เรื่อง วุ่นรักพักนิ้ว (Fingering) ที่ผลิตโดย QUEER MOVIE PRODUCTION CLUB (QMPC) ร่วมกับ StudioFun ที่ได้ขวัญใจหนุ่ม ๆ และเน็ตไอดอลสาวชาวไทยที่กำลังมาแรงขณะนี้อย่าง เอมมี่ สุนันทา เดวา สาวหมวยแก้มป่อง ที่มีคนติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 5 แสนคนเลยทีเดียว โดยรับบทเป็น มิ แฟนสาวของทอม เรื่องราวของ Fingering-วุ่นรักพักนิ้ว เกี่ยวกับรักข้ามเพศของทอมที่ไม่สามารถให้ความสุขโดยใช้นิ้วกับแฟนสาวได้.


เมื่อภาพยนตร์ตัวอย่างได้ถูกปล่อยออกมาในยูทูป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับความแรง การพูดเรื่องเซ็กส์อย่างโจ่งแจ้ง และยังมีฉากแสดงออกถึงการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งระหว่างเพศเดียวกันและต่างเพศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบทของ สุนันทา เดวา ในเรื่อง ที่ต้องบอกเลยว่า เธอแร๊งส์!! เหลือเกิน ทั้งคำพูด ท่าทาง ลักษณะนิสัยของตัวละคร ซึ่งแสดงออกถึงความต้องการเรื่องเพศอย่างชัดเจน ขัดกับภาพลักษณ์สาวน้อยวัยใส ท่าทางไร้เดียงสา ที่ปรากฏให้เห็นแบบคนละเรื่อง

นอกจากนี้ในโซเชียลมีเดียยังมีกระแสตำหนิภาพยนตร์เรื่องวุ่นรักพักนิ้วนี้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะทางทวิตเตอร์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำให้คนมองกลุ่มหญิงรักหญิงในแง่ลบขึ้นไปอีก ขณะที่หลายคนมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการนำเสนอความรักของเพศทางเลือกที่แย่มาก

ทางด้านกลุ่มผู้ที่สนับสนุนสาวเอมมี่ และภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว มองว่า เรื่องราวในภาพยนตร์เป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง และผู้สร้างก็พร้อมรับทุกคำติชม ด้วยความตั้งใจสร้างออกมาให้เป็นหนังแนวโรแมนติก ดราม่าแบบเต็มสูตร ไม่ใช่หนังโป๊ หรือหนังอาร์ ที่จะส่งเสริมให้คนมีแต่เรื่องอย่างว่า.

โดยภาพยนตร์วุ่นรักพักนิ้ว จะฉายในวันวาเลนไทน์ให้ได้ชมกันในโรงภาพยนตร์เพียง 4 รอบ ซึ่งงานนี้สาว เอมมี่ สุนันทา เดวา จะแรงขนาดไหน ต้องลองไปชมตัวอย่างภาพยนตร์ วุ่นรักพักนิ้ว (Fingering) กันเอง


ที่มา: มติชนออนไลน์, กระปุกดอทคอม

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

“ซี” พร้อมแล้ว บวช ธ.ค.นี้ เตรียมแต่ง “เอมี่” ปีหน้า

“ซี” เผยบวช ธ.ค.นี้ 5 วัน ที่วัดบวรนิเวศวิหาร หลักจากนั้น เตรียมหาฤกษ์แต่ง “เอมี่” ในปีหน้า ลั่นพร้อมจะมีครอบครัวแล้ว เจ้าตัวแย้มลงขันกันเปิดร้านไวน์ ที่ จ.อุดรธานี มั่นใจธุรกิจไปโลด

เป็นคู่รักอีกคู่ที่หลายคนต่างลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีซะที ล่าสุด พระเอกหนุ่ม “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” และนางเอกสาว “เอมี่ กลิ่นประทุม” ก็ได้เปิดใจแล้วว่า ข่าวดีของตนทั้งคู่คงเป็นปีหน้า เพราะต้องรอให้หนุ่มซีได้บวชทดแทนคุณบุพการีก่อน ซึ่งได้ฤกษ์มาแล้ว คือ เดือนธันวาคมปีนี้ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

ซี : “กำหนดบวชเดือนธันวาคมครับ แต่ก็ต้องให้คุณแม่ไปดูที่วัด เพราะเขาเป็นคนแนะนำว่า วัดนี้ดี ส่วนเรื่องระยะเวลาในการบวช ก็ต้องดูกันอีกที ถามว่า จะกระทบต่องานพิธีกรไหม ก็ไม่เป็นไรครับ ต้องรอคุยกับผู้ใหญ่ ทางผู้ใหญ่ก็บอกว่าให้ไปดูวันมาว่าเมื่อไหร่ พอได้วันปุ๊บ ก็ค่อยแพลนเรื่องงานมาเลย กะว่าบวชที่นี่ก่อนอาจจะกลับไปธุดงค์ที่หาดใหญ่”

เอมี่ : “สาเหตุที่เลือกวัดนี้ เพราะเคร่งนิดนึง และอยู่ในกรุงเทพฯด้วย”

ซี : “ก็ตั้งใจจะประมาณ 5 วัน เราเป็นลูกชายเกิดมาก็อยากบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ผมมีความเชื่อว่า คนเราทำดีได้โดยไม่ต้องห่มผ้าเหลือง แต่ว่าการบวชก็เป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจให้คุณแม่ได้เห็น เพราะตอนนี้คุณพ่อก็ไม่อยู่แล้ว ก็เลยอยากทำตามที่คุณแม่ต้องการครับ ส่วนธุรกิจทางบ้านก็คงไม่มีปัญหา เพราะมีพี่ชายอยู่ เราเองอยู่แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนก็ยินดีอยากให้บวช ครอบครัวผมก็เหมือนพี่ๆ นักข่าว เมื่อไหร่จะบวช จะแต่งสักที”

เอมี่ : “เรื่องแต่งเอาเข้าจริงๆ มันก็ไปเรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้เราก็ทำงานด้วย มีหลายๆ อย่างที่เรายังไม่พร้อม”

ซี : “พร้อมแล้ว (หัวเราะ)”

เอมี่ : “ถามว่า เราติดอะไรถึงยังไม่พร้อม จริงๆ ก็ไม่ได้ติดอะไรหรอกค่ะ แต่เหมือนช่วงนี้เป็นปีที่งานค่อนข้างยุ่ง ปีนี้น่าจะสะสางเรื่องงาน เรื่องบวช ปีหน้าค่อยมาแพลนเรื่องแต่งกัน”

เผยกำลังจะเปิดร้านไวน์ที่จังหวัดอุดรธานี

ซี : “เดี๋ยวจะมีเปิดร้านไวน์แล้วก็เป็นร้านอาหารชื่อร้านไวน์ โซไซตี้ก็มีหุ้นเป็นศิลปินด้วย แต่จะเปิดร้านที่จังหวัดอุดรธานี ที่ไปเปิดที่นั่น เพราะไม่มีร้านไวน์ เราก็รู้จักคนที่นั่นคนลาวด้วย”

เอมี่ : “คือในกรุงเทพฯเรามีคู่แข่งเยอะ ด้วยความที่เราไปทำงานที่อุดรค่อนข้างบ่อยด้วย คุณซีก็รู้จักกับคนที่นั่นด้วย ก็เลยคุยกัน ถ้าเริ่มทำธุรกิจที่นั่นคู่แข่งก็น้อยด้วย”

ซี : “จริงๆ แล้วคนอุดรธานีรวยมาก คนลาวก็ข้ามมาเที่ยวเยอะ ผมเชื่อว่ามันคงโอเค อีกทั้งแถวนั้นธุรกิจเยอะ ผมก็อยากให้เขามีสถานที่กินข้าวดีๆ ซึ่งไม่ใช่ร้านลาบอย่างเดียว แต่มีไวน์ด้วยก็ที่อุดรก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกัน คนต่างชาติก็มี คนลาวเข้ามาเที่ยวเยอะ”

“ผมอยากจะบอกเลยว่า คนลาวถือเงิน 2-3 ล้านมาซื้อเพชรกันสดๆ เลยนะครับ คนลาวเขาขับรถพอร์ช ขับรถเฟอร์รารี่กันนะครับ อีกอย่างผมเล็งเห็นว่าช่วงหน้าหนาวอากาศดีๆ ก็อยากไปนั่งดื่มไวน์ เพราะส่วนตัวแล้วผมกับเอมี่ชอบดื่มไวน์กันด้วย ก็เลยอยากไปเปิดร้านไวน์ที่นั่น คือผมคุยกับหุ้นส่วนแล้วถูกคอ รับรองครับว่าราคาไม่แพงสำหรับคนอุดรแน่นอนครับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

“เอมมี่” ซุ่มคบ “เจมส์” มา 3 ปี แต่ไม่พร้อมเปิดตัว

“เอมมี่” เผยคบ “เจมส์” มา 3 ปี แต่ไม่พร้อมเปิดตัว ลั่นคบใครไม่เคยแอบซ่อนเพียงแต่แฟนหนุ่มไม่ชอบออกกล้อง รวมถึงตนเป็นคนหวงชีวิตส่วนตัว และรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา

ซุ่มคบหาดูใจกับหนุ่มธุรกิจ “เจมส์” มาก็หลายปีแล้ว แต่นางเอก “เอมมี่ มรกต กิตติสาระ” ออกตัวไม่อยากเปิดหน้าเปิดตัว โดยห้เหตุผลว่าตนเป็นคนที่หวงชีวิตส่วนตัวมากๆ บวกกับฝ่ายชายไม่ชอบเป็นข่าว

“ไว้มั่นใจและมี่รู้อะไรบอกแน่นอน มี่ว่าบอกดีกว่า มี่ไม่อยากคิดโน่นนั่นนี่ไปเอง อย่าพูดสิเดี๋ยวจะร้องไห้ ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็ไปเป็นคี่กับคู่คนอื่นเขาหมด (ยิ้ม) ก็เคยถามเขา เขาเป็นคนแบบไม่ค่อยชอบกล้องถ่ายรูปเลย ไม่ชอบอยู่ในสื่อ เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนหน้ากล้อง และตัวมี่ก็เป็นคนที่หวงชีวิตส่วนตัวมากระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามี่ซ่อน มี่ไม่ได้ปิดบังว่ามี่ทำอะไรอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะเปิดเผยไปเสียหมด”

“ไปไหนมาไหนเราก็ไม่ได้ไปกันแอบๆ นะ คือ อย่างที่บอกว่ามี่เป็นคนหวงชีวิตส่วนตัว มันเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่มี่รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่มี่ดูแลรักษามันได้ อย่างอื่นในชีวิตทุกๆ อย่างมันอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกๆ วัน หรืออยู่หน้ากล้องทุกๆ วัน แต่มันมีบางสิ่งที่มี่อยากเก็บไว้เป็นของตัวเองบ้าง”

“ที่ผ่านมา เราก็ไปกินไปเที่ยวไปปาร์ตี้กันตลอด ที่ไม่เคยมีภาพเลยคืออย่างเพื่อนๆ มี่ทุกคนจะรู้กันอยู่แล้วว่ามี่เป็นคนนิสัยอย่างไร มี่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ มี่ว่าเขาเองก็คงชอบแบบนี้ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เป็นเหมือนวันนี้ อย่างที่บอกเขาไม่ได้ชอบกล้องถ่ายรูป แต่ก็ไม่ใช่ว่ามี่ไม่มั่นใจเขา มี่แค่รู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

เผยแฟนหนุ่มเข้าใจผลของการไม่เปิดตัวทำให้มีข่าวกับหนุ่มๆ อยู่เรื่อยๆ รับฝ่ายชายมีถามบ้าง แต่ก็เข้าใจไม่มีปัญหากัน

“แต่พอเราไม่เปิดเผยมันก็มีข่าวกับคนนั้นคนนี้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างที่รู้กัน เขาว่ายังไงหรอมี่ว่าคนสองคนเวลามันมั่นใจซึ่งกันและกันแล้วเชื่อใจกัน มันรู้อยู่แล้วค่ะ ว่าอะไรเป็นอะไร ข่าวต่างๆ ไม่ได้กระทบอะไรเลยนะ อย่างข่าวบางข่าวถ้ามันดูรุนแรงหรือดูเยอะเขาก็มีถามบ้าง แต่มี่ก็บอกเขาให้ดูเราเอาเองแล้วกัน”

“อย่างล่าสุด มี่ มีข่าวกับทอมที่ชื่อว่า อิ๊ก ซึ่งมี่เป็นข่าวกับเขามาประมาณ 3 ปีแล้ว คืออิ๊กเป็นเพื่อนสนิทและเป็นหุ้นส่วนกับมี่ สนิทมาก เพราะฉะนั้นคุณอิ๊กก็จะอยู่กับมี่ตลอดเวลา อย่างเวลาที่มี่อยู่ที่ร้าน อิ๊กก็จะอยู่ตลอด และที่มีข่าวว่ามีการตบตีแย่งอิ๊กในผับ ก็ไม่จริง คือมี่ไม่ได้ไปผับ และไม่มีการแย่ง เราจะแย่งอิ๊กทำไม มี่ไม่ได้ชอบทอม ท้ายสุดก็ไม่ได้มีอะไรและอิ๊กเองเขาก็มีข่าวกับคนนั้นคนนี้อยู่แล้ว”

“ข่าวนี้ก็กลายเป็นโจ๊กในกลุ่มไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องซีเรียส หรืออย่างมีข่าวกับกอล์ฟ (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) คือ เราเล่นละครด้วยกันและมีข่าวด้วยกัน และไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่กอล์ฟเป็นน้องค่ะ อยู่ในสังกัดเดียวกัน มี่ว่าเขาดูออกค่ะว่ารู้สึกอย่างไร มี่ว่าเขาแมนพอ เป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่เก็บเรื่องพวกนี้มาเป็นประเด็นทำให้คนสองคนต้องทะเลาะกัน หรือมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“รอน” ยัน “เอมมี่” เพื่อน พร้อมปัดสร้างข่าวกลบกระแสเป็นเกย์

“รอน” ยัน “เอมมี่” แค่เพื่อน แต่ยอมรับชอบความเซ็กซี่ของอีกฝ่าย ปัดไม่ได้สร้างข่าวเพื่อกลับกระแสเป็นคู่เกย์ “หมอโอ๊ค” ลั่นยังชอบผู้หญิงเพียงแต่ว่ายังไม่มีแฟนเท่านั้น

ตกเป็นข่าวกิ๊กกับสาวคนนั้นกั๊กกับชายคนนี้ออกมาตลอด สำหรับนักร้องหนุ่มแห่งบ้าน AF “รอน ภัทรภณ โตอุ่น” ที่ล่าสุดก็มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังคบหาดูใจกับนักแสดงสาวเซ็กซี่ “เอมมี่ มัฒฑณิฏาศ์ เศวตวิธยะธาดากุล” ออกมาให้ต้องชี้แจง

“อย่างที่บอกไป ผมกับเอมมี่ เราเป็นเพื่อนกันครับ รู้จักกันมาเป็นทอดๆ จากเพื่อนของเพื่อนแนะนำให้รู้จัก ก็เท่านั้นเอง เพราะว่าพอเริ่มเข้ามาทำงานตรงนี้ก็เริ่มมีเพื่อนเยอะขึ้น เหมือนว่าเจอกันตามงาน แล้วก้รู้จักต่อๆ กัน ผมรู้จักเอมมี่มาสักพักเองครับ”

“เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เพราะว่าเพิ่งเจอกันเมื่อไม่นานนี้เอง แล้วมีโอกาสเจอกันก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก คือเป็นเพื่อนกันปกติ อีกอย่างเรื่องโทรคุยกัน ก็ไม่ค่อยนะครับ ส่วนใหญ่จะ what app คุยกันมากกว่า ก็คุยกันเรื่องปกติทั่วไป ส่วนว่ามีโอกาสพัฒนาไหมนั้น กับมี่ ก็คงเป็นเพื่อนกันครับผม จริงๆ แล้วผมเมื่อเพื่อนเยอะ แต่ว่าบังเอิญมี่เป็นข่าวขึ้นมา”

เจ้าตัวบอกไม่รู้อีกฝ่ายเอาภาพวันที่มาให้ดอกไม้ในคอนเสิร์ตไปขึ้นอินสตาแกรม...“เหรอครับ ตัวผมเองยังไม่เห็นครับ คือ อย่างที่บอกไป สถานะตอนนี้คือเราเป็นเพื่อนกัน ยังไม่ได้พัฒนาเป็นแฟนหรือถึงขั้นคบหาดูใจกันครับ ก็เป็นเรื่องปกติ อย่างงานมินิคอนเสิร์ตจะมีคนอื่นมาด้วย พีมินท์ ก็มา พี่อ๊อฟ ทิมโปโป้”

“แล้วก็มีพี่ทีมงานที่บอร์ดแคส มีแฟนคลับ พี่ๆ ทีมงานของทรูก็มากัน ปกติเวลามีมินิคอนสิร์ตเขาก็จะมีช่อดอกไม้แบบนี้อยู่แล้ว ส่วนว่าจะโทร.ไปคุยกับเอมมี่ไหมนั้น (หัวเราะ) เดี๋ยวคงถาม คือ อย่างที่บอกไปเราเป็นเพื่อนกัน แต่คงไม่ถึงขั้นเคลียร์ เป็นรูปในอินสตาแกรม เพราะมี่เขาก็ชอบถ่ายรูปเล่นอยู่แล้ว”

“ผมก็คงไม่ระวังตัวอะไรมาก ทำตัวตามปกติ เพราะรู้สึกว่าเราก็มีเพื่อนเยอะ เวลาเราก็บริสุทธิ์ใจที่จะไปไหนกับเอมมี่เหมือนเดิม เพราะจริงๆ เวลาไปไหนก็ไม่ได้ไปกันสองต่อสอง แต่อย่างที่ผ่านมาก็มีไปเดินห้างไปกินข้าว เราไปเป็นกลุ่มๆ ครับ...ผมว่าแฟนคลับน่าจะเข้าใจนะ พวกเขาน่าจะรู้นิสัยเรา รู้ว่าตัวเราเป็นยังไง แล้วก็เรื่องส่วนตัวเขาจะไม่ค่อยมายุ่งกับเราเท่าไรครับ เขาค่อนข้างปล่อยเรา”

ออกปากยอมรับอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ ก่อนปัดไม่ได้สร้างข่าวเพื่อกลบกระแสข่าวคู่เกย์ กับ “หมอโอ๊ค สมิทธิ์”...“มี่เป็นผู้หญิงเซ็กซี่ครับ คือ ภาพลักษณ์เขาเซ็กซี่ แต่ว่าอย่างที่บอกไป คือ มันเป็นสไตล์ของแต่ละคนมากกว่า คือ มันอยู่ที่ว่าเรามองเป็นเพื่อนครับ ถามว่าส่วนตัวชอบไหม (หัวเราะ) ก็ชอบนะครับ ผู้หญิงเซ็กซี่ชอบอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าสถานะ ณ เวลานั้นมันผูกพันกันแบบไหน แต่กับมี่เป็นเพื่อน”

“ผมว่าถ้าเป็นเรื่องสิ่งรอบตัวหลายอย่างมันอยู่เหนือการควบคุมของเรา คือ รอนเองก็ใช้ชีวิตปกติและก็จริงใจอยู่แล้ว อีกอย่างรอนก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้คบกับมี่ รอนเป็นเพื่อนกับมี่ แล้วก็ไม่ได้เกาะกระแสใครดัง และยืนยันว่าเราแมนเป็นผู้ชายแท้ เพียงแต่ยังไม่มีแฟนแค่นั้นเอง”

“อย่างข่าวพวกนี้ผมมองว่ามันไม่มีได้ก็ดี แต่ว่ามันเป็นมุมมองของแต่ละคน ส่วนข่าวกับหมอโอ๊ค ผมเองก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ผมเคยเจอกับพี่เขาแค่งานเดียว จากนั้นไม่ได้เจอกันเลย และก็ไม่ได้โทรคุยหรือติดต่อกันเลย ถามว่า งงไหม ก็งงเหมือนกันว่าข่าวออกมาได้ยังไง แต่ว่าเหมือนก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวทำนองนี้มาแล้วทีนึง ผมเองก็เลยเฉยๆ ครับ ผมก็ขอดูแลเรื่องงาน และดูแลเรื่องตัวเองให้ดีแค่นั้นก็พอแล้วครับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์